หักปากกาเซียน! สถิติปี 2025 ชี้ AI ไม่ได้ทำให้คนตกงาน แต่กลับสร้างโอกาสใหม่ในวงการไอที
หลายคนอาจเคยได้ยินข่าวหรือมีความกังวลว่า AI (ปัญญาประดิษฐ์) ที่ฉลาดขึ้นเรื่อยๆ จะเข้ามาทำงานแทนที่มนุษย์ โดยเฉพาะอาชีพ "วิศวกรซอฟต์แวร์" หรือโปรแกรมเมอร์ เพราะปัจจุบัน AI สามารถเขียนโค้ดคอมพิวเตอร์ได้เองแล้ว ข่าวนี้มีความสำคัญเพราะเป็นการนำเสนอ "ความจริงที่เกิดขึ้นจากข้อมูลจริง" ซึ่งชี้ให้เห็นว่า AI ไม่ได้เข้ามาแย่งงาน แต่กลับเป็น "เครื่องมือ" ที่ทำให้คนทำงานได้เร็วขึ้น และเมื่อทำงานได้เร็วขึ้น องค์กรต่างๆ กลับยิ่งต้องการคนที่มีทักษะเหล่านี้มากขึ้นไปอีกเพื่อนำไปต่อยอดไอเดียใหม่ๆ ข่าวนี้จึงเป็นประโยชน์มากสำหรับคนที่กำลังกังวลเรื่องทิศทางการทำงานในอนาคต หรือผู้ที่กำลังตัดสินใจเลือกสายการเรียนให้ลูกหลาน
AI กับความอยู่รอดของอาชีพสายวิศวกรรม
ในช่วงที่ผ่านมา มีการถกเถียงกันอย่างหนักว่า AI กำลังเข้ามาแย่งงานมนุษย์หรือไม่ โดยในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา มีการเลิกจ้างพนักงานในสายเทคโนโลยีสูงที่สุดในรอบหลายปี และ "AI" คือเหตุผลหลักที่บริษัทส่วนใหญ่นำมาอ้างอิงในการลดคน ในทางทฤษฎีแล้ว อาชีพที่น่าจะได้รับผลกระทบหนักที่สุดควรจะเป็นวิศวกรซอฟต์แวร์ เพราะเครื่องมือ AI ในปัจจุบันสามารถช่วยเขียนโค้ดได้เป็นอย่างดี จนบริษัทอาจมองว่าจ้างคนเพียงคนเดียวก็สามารถทำงานแทนทีมวิศวกรในอดีตได้ทั้งหมด
แต่ข้อมูลล่าสุดกลับชี้ให้เห็นความจริงที่ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง
การวิเคราะห์ข้อมูลการจ้างงานจริงจากบริษัท SignalFire ซึ่งติดตามข้อมูลจากบริษัทกว่า 80 ล้านแห่งทั่วโลก พบว่า อาชีพสายวิศวกรรม (Engineering) คือสายงานที่มีความแข็งแกร่งและอยู่รอดได้ดีที่สุดในปี 2025
ข้อมูลสถิติที่น่าสนใจมีดังนี้:
- แม้ว่าการจ้างงานโดยรวมของบริษัทเทคฯ ยักษ์ใหญ่จะลดลง 25% เมื่อเทียบกับปี 2019 แต่ตำแหน่งสายวิศวกรรมกลับลดลงเพียงแค่ 11% เท่านั้น
- ในกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีระดับผู้นำ 12 แห่ง (เช่น Alphabet, Meta, Apple, Amazon, Microsoft ฯลฯ) พบว่า พนักงานใหม่ที่ถูกจ้างเข้ามาในปี 2025 เป็นสายวิศวกรสูงถึง 55% ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมากจากปี 2019 ที่มีสัดส่วนเพียง 46%
- ยิ่งไปกว่านั้น ในกลุ่มบริษัทสตาร์ทอัพที่เพิ่งเริ่มต้นธุรกิจ กลับมีการจ้างงานสายวิศวกรเพิ่มขึ้นถึง 7% เมื่อเทียบกับปี 2019
ทำไม AI ถึงทำให้วิศวกรยิ่งเป็นที่ต้องการ?
Jensen Huang ซีอีโอของ Nvidia ได้ปฏิเสธแนวคิดที่ว่า AI จะเข้ามาทำลายสายอาชีพนี้โดยสิ้นเชิง เขากล่าวว่าในปัจจุบันที่วิศวกรของ Nvidia หันมาใช้ AI เข้าช่วยทำงาน กลับพบว่า "วิศวกรซอฟต์แวร์ยุ่งยิ่งกว่าที่เคยเป็นมา" เพราะแม้ว่า AI จะสามารถช่วยเขียนโค้ดได้ในพริบตา แต่ผลที่ตามมาคือมันช่วยกระตุ้นให้วิศวกรสามารถสร้างสรรค์ "ไอเดียใหม่ๆ" ถัดไปได้รวดเร็วขึ้น
ปรากฏการณ์นี้ในทางเศรษฐศาสตร์เรียกว่า "Jevons paradox" ซึ่งอธิบายไว้ว่า เมื่อเทคโนโลยีทำให้เราทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ความต้องการในทรัพยากรนั้นๆ จะไม่ได้ลดลง แต่กลับ "เพิ่มขึ้น" เพราะเมื่อวิศวกรมี AI เป็นอาวุธคู่กาย พวกเขาก็สามารถทำงานได้มากขึ้นแบบก้าวกระโดด ส่งผลให้มีงานใหม่ๆ เข้ามาให้ทำอย่างไม่รู้จักจบนั่นเอง

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น