ล้วงลึกภัยเงียบ! "รถยนต์อัจฉริยะ" กำลังแอบดูคุณ และอาจทำให้เบี้ยประกันพุ่งโดยไม่รู้ตัว
รถยนต์ที่เคยเป็นสัญลักษณ์ของอิสระและพื้นที่ส่วนตัว กำลังเปลี่ยนไปเป็น "คอมพิวเตอร์ติดล้อ" ที่คอยดูดซับข้อมูลส่วนตัวเชิงลึกของเราตลอดการเดินทาง หากคุณคิดว่าการขับรถคือช่วงเวลาแห่งความสงบส่วนตัว คุณอาจต้องคิดใหม่!
รถยนต์ของคุณรู้เรื่องคุณมากกว่าที่คิด รู้หรือไม่ว่ารถยนต์สมัยใหม่ไม่ได้บันทึกแค่ตำแหน่งปลายทางหรือพฤติกรรมการเหยียบเบรก แต่ยังสามารถเก็บข้อมูลที่ลึกซึ้งอย่างน้ำหนักตัว อายุ เชื้อชาติ และแม้กระทั่งการแสดงสีหน้าของคุณผ่านกล้องที่ติดไว้ในรถ ข้อมูลมหาศาลเหล่านี้ถูกส่งผ่านอินเทอร์เน็ตเพื่อนำไปแสวงหาผลกำไร โดยมีลูกค้ารายใหญ่คือ "บริษัทประกันภัย" ที่อาจนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้เพื่อเรียกเก็บเบี้ยประกันที่แพงขึ้น
ในปี 2023 การศึกษาของ Mozilla พบว่าแบรนด์รถยนต์ทั้ง 25 แบรนด์ที่ทำการตรวจสอบ สอบตกมาตรฐานด้านความปลอดภัยทางข้อมูลทั้งหมด จนถูกตราหน้าว่าเป็นสินค้าหมวดหมู่ที่ "แย่ที่สุดในด้านความเป็นส่วนตัว" เท่าที่เคยมีการรีวิวมา
เมื่อข้อมูลของคุณกลายเป็นสินค้า มีกรณีอื้อฉาวที่บริษัทรถยนต์ยักษ์ใหญ่อย่าง General Motors (GM) นำข้อมูลการขับขี่ไปขายให้กับบริษัทนายหน้าค้าข้อมูล (Data Broker) ส่งผลให้เจ้าของรถบางรายพบว่าเบี้ยประกันของตนเองพุ่งสูงขึ้นถึง 21% หลังจากข้อมูลการเดินทางทุกเส้นทางตลอด 6 เดือนถูกส่งต่อไปยังบริษัทประกัน
สถานการณ์อาจแย่ลงไปอีกในอนาคต เนื่องจากสหรัฐฯ เตรียมบังคับใช้กฎหมายใหม่ที่ให้รถยนต์ติดตั้งกล้องอินฟราเรดเพื่อตรวจจับว่าผู้ขับขี่มีอาการเมาหรือเหนื่อยล้าเกินไปหรือไม่ แม้จะดูเป็นเรื่องของความปลอดภัย แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่านี่จะเป็นการเปิดประตูให้บริษัทรถยนต์เก็บ "ข้อมูลสุขภาพ" ของคุณเพิ่มเติม โดยที่ยังไม่มีกฎหมายออกมารองรับว่าข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำไปทำอะไรต่อได้บ้าง
วิธีปกป้องความเป็นส่วนตัวของคุณง่ายๆ แม้จะหลีกเลี่ยงการถูกเก็บข้อมูลได้ยาก แต่คุณสามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยวิธีเหล่านี้:
- หลีกเลี่ยงโปรแกรมติดตามของบริษัทประกัน: หากคุณกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัว ไม่ควรเข้าร่วมโปรแกรม (Telematics) ที่แลกการติดตามพฤติกรรมการขับขี่กับส่วนลด เพราะนอกจากจะเสี่ยงถูกละเมิดข้อมูลแล้ว ผู้ขับขี่บางรายกลับพบว่าเบี้ยประกันตัวเองแพงขึ้นเสียอีก
- เช็กการตั้งค่าในรถ: ลองตรวจสอบและปรับการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวที่หน้าจอระบบความบันเทิงในรถ (Infotainment) รวมถึงแอปพลิเคชันที่ต้องเชื่อมต่อกับรถ เพื่อจำกัดการแชร์ข้อมูลให้เหลือน้อยที่สุด
- ใช้สิทธิ์ขอลบข้อมูล: หากคุณอยู่ในพื้นที่ที่มีกฎหมายคุ้มครอง (เช่น สหราชอาณาจักร หรือยุโรป) คุณมีสิทธิ์เรียกร้องขอดูข้อมูลที่บริษัทเก็บไป และสามารถสั่งให้พวกเขา "ลบ" ข้อมูลของคุณทิ้งได้
เทคโนโลยีในรถยนต์ช่วยเพิ่มความสะดวกและปลอดภัยก็จริง แต่ในยุคที่บริษัทต่างๆ จ้องจะหาประโยชน์จากข้อมูลส่วนตัวของเรา ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องรู้เท่าทันสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้ฝากระโปรงรถ เพื่อปกป้องทั้งความเป็นส่วนตัวและกระเป๋าเงินของคุณเอง

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น