🚨 แค่เสียบแฟลชไดรฟ์ก็ทะลวงรหัส BitLocker บน Windows ได้ด้วยช่องโหว่ใหม่ "YellowKey" 🚨
นักวิจัยด้านความปลอดภัยที่ใช้นามแฝงว่า "Nightmare-Eclipse" (หรือ "Chaotic Eclipse") ได้ออกมาเปิดเผยช่องโหว่ร้ายแรงตัวใหม่ที่มีชื่อว่า YellowKey ซึ่งทำให้ผู้ไม่หวังดีสามารถเจาะผ่านระบบเข้ารหัสป้องกันข้อมูล (BitLocker) ของ Microsoft ได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่ใช้แฟลชไดรฟ์ (USB stick) ที่ปรับแต่งมาเฉพาะ
ใครบ้างที่ตกอยู่ในความเสี่ยง? ช่องโหว่นี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ใช้งาน Windows 11 รวมถึง Windows Server 2022 และ 2025 อย่างไรก็ตาม ข่าวดีเล็กๆ คือแฮกเกอร์ไม่สามารถเจาะระบบผ่านอินเทอร์เน็ตได้ พวกเขาจำเป็นต้อง "เข้าถึงตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณได้โดยตรง" (Physical access) เพื่อเสียบแฟลชไดรฟ์เท่านั้น
กระบวนการเจาะระบบ
- แฮกเกอร์จะนำ USB ที่มีโฟลเดอร์ซ่อนไฟล์พิเศษ (ชื่อว่า FsTx) เสียบเข้ากับคอมพิวเตอร์เป้าหมาย แล้วทำการรีสตาร์ทเครื่องให้เข้าสู่โหมดกู้คืนระบบ หรือที่เรียกว่า Windows Recovery Environment (WinRE)
- ฟีเจอร์ของ Windows จะเข้าไปอ่านบันทึกบนแฟลชไดรฟ์และถูกหลอกให้ลบไฟล์ระบบตัวหนึ่งทิ้ง (winpeshl.ini)
- เมื่อไฟล์ดังกล่าวหายไป ระบบโหมดกู้คืนจะรันหน้าต่างหน้าจอสีดำสำหรับพิมพ์คำสั่ง (Command prompt) ขึ้นมาแทน
- วินาทีนั้น ชิปความปลอดภัยในเครื่อง (TPM) จะทำการปลดล็อกไดรฟ์ BitLocker ให้โดยอัตโนมัติ ส่งผลให้แฮกเกอร์สามารถเข้าไปกวาดข้อมูลทั้งหมดในเครื่องได้ทันที โดยไม่ต้องพิมพ์รหัสผ่านใดๆ เลย!
ความน่ากลัวที่ซ่อนอยู่ และดราม่ากับ Microsoft ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัย Will Dormann ชี้ว่าปัญหาที่แท้จริงและน่ากลัวกว่านั้น คือการที่ Windows ปล่อยให้แฟลชไดรฟ์สามารถสั่งแก้ไขหรือลบไฟล์ข้ามไดรฟ์ได้ในโหมดกู้คืน ซึ่งถือเป็นความหละหลวมของระบบจัดการไฟล์
แม้ผู้เชี่ยวชาญจะแนะนำว่า การตั้งรหัส PIN เพิ่มเติมก่อนเปิดเครื่องจะช่วยป้องกันปัญหานี้ได้ แต่นักวิจัยผู้ค้นพบช่องโหว่กลับอ้างว่า เขามีวิธีเจาะทะลุรหัส PIN ได้เช่นกัน แต่เลือกที่จะไม่เผยแพร่วิธีนั้นออกมา เพราะมองว่าแค่ข้อมูลที่หลุดไปตอนนี้ก็ "แย่เกินพอแล้ว"
การออกมาแฉครั้งนี้เต็มไปด้วยความเดือดดาล เนื่องจากนักวิจัยคนดังกล่าวไม่พอใจที่ก่อนหน้านี้ Microsoft เคยเมินเฉยต่อการรายงานช่องโหว่ของเขามาแล้ว เขายังได้ทิ้งท้ายอย่างเจ็บแสบด้วยการตั้งข้อสังเกตว่า ชิ้นส่วนโค้ดที่เป็นต้นเหตุของบั๊กนี้ อาจเป็น "แบ็คดอร์ (Backdoor)" ที่จงใจถูกสร้างทิ้งไว้ในระบบกู้คืนของ Windows แถมยังขู่ด้วยว่าเตรียมจะเปิดเผยช่องโหว่อีกตัวที่ชื่อ GreenPlasma ในเร็วๆ นี้อีกด้วย

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น