ระวังสมองฝ่อ! นักวิทย์เตือนพึ่งพา AI มากไป อาจทำลายความคิดสร้างสรรค์และความจำ พร้อมแนะวิธีป้องกัน

ระวังสมองฝ่อ! นักวิทย์เตือนพึ่งพา AI มากไป อาจทำลายความคิดสร้างสรรค์และความจำ พร้อมแนะวิธีป้องกัน

ในอดีต ระบบ GPS เคยทำให้เราสูญเสียสัญชาตญาณการนำทาง ส่วนเครื่องมือค้นหาอย่าง Google ก็ทำให้เราพยายามจดจำสิ่งต่างๆ น้อยลงเพราะรู้ว่าหาใหม่ได้เสมอ (Google Effect) มาวันนี้ นักวิทยาศาสตร์เริ่มออกมาเตือนว่า เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) อาจกำลังส่งผลกระทบต่อสมองของเราในลักษณะเดียวกัน ทั้งในด้านความคิดสร้างสรรค์และการคิดวิเคราะห์

งานวิจัยเมื่อเร็วๆ นี้ชี้ให้เห็นว่า ผู้ที่พึ่งพาเครื่องมืออย่าง ChatGPT มากเกินไป อาจประสบปัญหาด้านความคิดสร้างสรรค์ สมาธิสั้นลง ทักษะการคิดวิเคราะห์ และความจำแย่ลง

ศาสตราจารย์อดัม กรีน (Adam Green) จากมหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ เปรียบเทียบการทำงานของสมองว่า การให้ AI ช่วยคิดงานที่เคยต้องใช้แรงกายแรงใจ ก็เหมือนกับการไปยิมแล้วมีหุ่นยนต์มายกน้ำหนักให้ ซึ่งสุดท้าย "คุณจะไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย" นอกจากนี้ นักวิจัยยังพบว่าผู้ที่ใช้ AI บ่อยๆ มักจะเกิดภาวะ "การยอมจำนนทางปัญญา" (Cognitive surrender) คือการปักใจเชื่อ AI มากกว่าวิจารณญาณของตนเอง แม้ว่า AI จะให้คำตอบที่ผิดก็ตาม โดยเฉพาะเวลาที่ใช้งานในเรื่องที่ผู้ใช้ไม่มีความรู้พื้นฐาน

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าเทคโนโลยีไม่ใช่ตัวร้ายเสมอไป การใช้ AI ไม่ได้แปลว่าจะส่งผลเสียเสมอไป หากเรานำไปใช้เพื่อประหยัดเวลาและเหลือพื้นที่สมองไปทำสิ่งสำคัญอื่นๆ

เพื่อป้องกันไม่ให้สมองของเรา "ทื่อ" จากความสะดวกสบาย ผู้เชี่ยวชาญได้แนะนำ 4 วิธีในการใช้งาน AI อย่างชาญฉลาดดังนี้:

  • 1. อย่าเชื่อ AI ไปซะทุกเรื่อง: ให้คิด รวบรวมข้อมูล และตัดสินใจด้วยตัวเองก่อนเป็นอันดับแรก แล้วจึงใช้ AI เข้ามาช่วยทดสอบหรือท้าทายมุมมองของคุณ ไม่ใช่ให้ AI คิดแทนตั้งแต่เริ่ม
  • 2. เพิ่มความยากลำบาก (Friction) ในการเรียนรู้: การปล่อยให้ตัวเองคิดแก้ปัญหาก่อนถามแชตบอต การจดบันทึกด้วยมือ หรือให้ AI ช่วยทำควิซเพื่อทดสอบความจำ จะช่วยให้ข้อมูลฝังแน่นในสมองได้ดีกว่า เพราะความยากลำบากเล็กๆ น้อยๆ คือสิ่งที่สมองต้องการในการเรียนรู้
  • 3. เริ่มต้นคิดเองจากกระดาษเปล่า: ลองร่างไอเดียของคุณออกมาก่อนด้วยตัวเองเพื่อฝึกการเชื่อมโยงข้อมูลในสมองและฝึกกล้ามเนื้อความคิดสร้างสรรค์ แม้ว่าผลงานนั้นจะยังไม่สมบูรณ์ก็ตาม จากนั้นค่อยใช้ AI ช่วยเกลาและพัฒนาต่อยอด
  • 4. ฝึกความอดทนและโฟกัส: ปล่อยให้ตัวเองได้เผชิญกับความเบื่อหน่ายหรือความยากลำบากดูบ้าง เช่น ลองพยายามแก้ปัญหาที่ยากด้วยตัวเองก่อน หรืออ่านบทความยาวๆ โดยไม่ต้องให้ ChatGPT สรุปให้ เพื่อฝึกสมองให้คุ้นเคยกับการคิดเชิงลึก

ท้ายที่สุดแล้ว สมองของมนุษย์มีความสามารถในการเชื่อมโยงสิ่งต่างๆ ในรูปแบบที่แปลกใหม่ มีความเฉพาะตัว และเป็นเอกลักษณ์ในแบบที่ระบบความน่าจะเป็นของ AI ไม่สามารถเลียนแบบได้ สิ่งสำคัญคือเราต้องรู้จักที่จะ "คิดนอกกรอบของหุ่นยนต์" (Think outside the bots) และใช้เทคโนโลยีนี้เพื่อช่วยพัฒนาตัวเรา ไม่ใช่ปล่อยให้มันมาทำลายความสามารถในการคิดวิเคราะห์และการสร้างสรรค์อันเป็นจุดเด่นของมนุษย์

ที่มาข้อมูล

ความคิดเห็น