โอสถสภา ผู้บุกเบิกธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคมายาวนานกว่า 135 ปี ก้าวสู่ยุคดิจิทัล ด้วยการนำ AI ระดับองค์กรบน AWS มาใช้ในการพลิกโฉมธุรกิจ
โอสถสภา ผู้บุกเบิกธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคมายาวนานกว่า 135 ปี ก้าวสู่ยุคดิจิทัล
ด้วยการนำ AI ระดับองค์กรบน AWS มาใช้ในการพลิกโฉมธุรกิจ
กรุงเทพฯ 28 พฤษภาคม 2569 – Amazon Web
Services, Inc. (AWS) บริษัทในเครือของ Amazon.com,
Inc. (NASDAQ: AMZN) ประกาศว่า บริษัท โอสถสภา จำกัด
(มหาชน) ผู้นำธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคของไทย ได้นำเทคโนโลยี generative AI และแมชชีนเลิร์นนิงบน AWS มาใช้ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการตัดสินใจของบุคลากรทั่วทั้งองค์กร
บริษัทได้พัฒนาและใช้งานระบบ AI ระดับองค์กร 2 ระบบ ได้แก่ OsotSphere
ผู้ช่วย generative AI ภาษาไทยที่สร้างบน Amazon
Bedrock และระบบ Marketing Mix Modeling (MMM) ที่ขับเคลื่อนด้วย AI บน Amazon SageMaker ซึ่งสามารถผสานข้อมูลธุรกิจมากกว่า 700 ตัวแปร
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการลงทุนด้านการตลาด
พลิกโฉมแบรนด์ระดับตำนานด้วย AI
ตลอดระยะเวลากว่า 135 ปี
โอสถสภาได้สร้างแบรนด์ชั้นนำของไทย เช่น M-150 เครื่องดื่มชูกำลังอันดับหนึ่งของประเทศ
รวมถึงผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพและความงาม
และอาหารหลากหลายประเภท ปัจจุบัน บริษัทนำ AI บน AWS มาใช้เพื่อยกระดับการตัดสินใจในองค์กร ตั้งแต่การลงทุนด้านการตลาด
ไปจนถึงกระบวนการทำงานประจำวันของพนักงาน
แพลตฟอร์ม AI ภายในองค์กร
OsotSphere เปิดให้พนักงานเข้าถึง generative AI ผ่าน Amazon
Bedrock
โดยเชื่อมต่อข้อมูลสิทธิ์การอนุมัติ (Statement of
Authority: SoA) และนโยบายองค์กร พนักงานสามารถสอบถามข้อมูลที่ซับซ้อน เช่น
นโยบาย กรอบการอนุมัติ และขั้นตอนการทำงาน ด้วยภาษาไทยที่เป็นธรรมชาติ
และได้รับคำตอบที่ถูกต้อง มีบริบท พร้อมแหล่งอ้างอิง ช่วยลดการทำรายงานด้วยมือ
และลดการสอบถามข้อมูลซ้ำ ๆ
OsotSphere แสดงศักยภาพด้านการให้เหตุผลเชิงตรรกะในภาษาไทยได้อย่างแม่นยำ
ซึ่งเป็นจุดแข็งสำคัญที่ช่วยให้พนักงานของโอสถสภาสามารถสื่อสารและโต้ตอบกับระบบ AI
ได้อย่างเป็นธรรมชาติในภาษาของตนเอง พนักงานจากหลากหลายสายงาน
ยังมีบทบาทสำคัญในการผลักดันการใช้งาน
และขับเคลื่อนให้เกิดการนำไปใช้อย่างแพร่หลายทั่วทั้งองค์กร
ปัจจุบัน OsotSphere สามารถตอบคำถามได้มากถึงประมาณ 1,450 รายการต่อเดือน และได้เปลี่ยนรูปแบบการเข้าถึงองค์ความรู้ภายในองค์กรอย่างชัดเจน จากเดิมที่ต้องประสานงานหลายฝ่ายและใช้เวลารอคอยคำตอบ ปัจจุบันพนักงานสามารถค้นหาข้อมูลได้ทันทีด้วยภาษาไทยที่เข้าใจพร้อมแหล่งอ้างอิงที่เชื่อถือได้ ช่วยให้พนักงานสามารถปฏิบัติงานได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
การวิเคราะห์การตลาดด้วยพลัง AI
โอสถสภายังได้พัฒนาแพลตฟอร์ม Marketing Mix Modeling (MMM) บน Amazon SageMaker,
Amazon S3 และ Amazon Redshift ซึ่งรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลมากกว่า
700 ตัวแปร
ครอบคลุมทั้งยอดขาย การกระจายสินค้า โปรโมชั่น การใช้สื่อ พฤติกรรมผู้บริโภค
ข้อมูลตลาด ปัจจัยเศรษฐกิจมหภาค และข้อมูลการแข่งขัน แพลตฟอร์มนี้ใช้โมเดลแมชชีนเลิร์นนิงหลายรูปแบบ
พร้อมความสามารถในการอธิบายผลลัพธ์ (Explainability) ที่ช่วยให้ทีมการตลาดเข้าใจได้อย่างชัดเจนว่าปัจจัยใดเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโต
และสามารถปรับการลงทุนได้อย่างมั่นใจบนพื้นฐานของข้อมูล เปรียบเสมือนการได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ
AI หลายด้าน แทนการพึ่งพามุมมองจากนักวิเคราะห์เพียงคนเดียว
หลังจากนำระบบมาใช้งาน ทีมการตลาดสามารถใช้ข้อมูลเชิงลึกจาก
AI
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพกลยุทธ์ส่งเสริมการขาย
จัดสรรงบประมาณสื่อใหม่ และค้นหาโอกาสการเติบโตในประเทศไทย รวมถึงตลาดกัมพูชา ลาว
เมียนมา และเวียดนาม
ทั้งองค์กรร่วมมือกันกำหนดทิศทางอนาคตของ AI
ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 กลุ่มธุรกิจทั้ง 9 หน่วยงานได้ร่วมกันจัดเวิร์กช็อปข้ามสายงาน
เพื่อกำหนดแนวทางการใช้ AI ในการแก้ไขปัญหาสำคัญขององค์กร
จากกระบวนการดังกล่าว ได้มีการระบุโอกาสที่มีศักยภาพสูงจำนวน 59 โครงการ ซึ่งครอบคลุมหลายสายงาน ได้แก่ การเงิน กฎหมาย
การกำกับดูแล การตลาด และการผลิต
พร้อมทั้งมีการพัฒนาศักยภาพองค์กรเพื่อขับเคลื่อนโครงการเหล่านี้ให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม
ปัจจุบันเริ่มเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนแล้ว
ไม่ว่าจะเป็นแชตบอทที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการสื่อสารกับลูกค้า ระบบ OCR สำหรับประมวลผลเอกสารอัตโนมัติ เครื่องมือบริหารจัดการองค์ความรู้บน
Amazon Quick รวมถึงการใช้แมชชีนเลิร์นนิงเพื่อสนับสนุนการคัดเลือกคู่ค้าและการแนะนำคำสั่งซื้อในกระบวนการจัดซื้อ
โดยทุกโครงการได้เริ่มต้นจากการวิเคราะห์ปัญหาทางธุรกิจที่แท้จริง และเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละโครงการ
เพื่อสานต่อความก้าวหน้านี้
โอสถสภาลงทุนในการพัฒนาศักยภาพบุคลากร โดยตั้งเป้าให้พนักงานทุกคนสามารถระบุ สร้าง
และต่อยอดโซลูชัน AI ในสายงานของตนเองได้ โครงการ “AI
Skills Program 2.0” ได้รับการออกแบบมาเพื่อพัฒนาทักษะด้าน AI อย่างครอบคลุมและเป็นระบบ ทั้งการใช้งาน AI อย่างมีความรับผิดชอบ เทคนิคการเขียน prompt การเพิ่มประสิทธิภาพด้วย GenAI การพัฒนาระบบโดยใช้ AI เป็นผู้ช่วย และหลักการกำกับดูแลที่เหมาะสม นอกจากนี้
ยังเชื่อมโยงกับระบบงานจริงที่พนักงานใช้ในชีวิตประจำวันอยู่ เช่น OsotSphere, Amazon Quick และแพลตฟอร์มด้านการตลาดต่าง ๆ เพื่อให้สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้ทันที
คุณอธิคม กาญจนวิภู Senior
Executive Vice President, Digital Technology บริษัท โอสถสภา กล่าวว่า “เราไม่ได้นำ
AI มาใช้เพียงเพื่อการทดลอง แต่เพื่อนำมาเปลี่ยนวิธีการตัดสินใจของพนักงานกว่า
5,000 คนในทุกวัน วิสัยทัศน์ของเราคือการให้ผู้บริหารทุกคนมี
AI Agent ส่วนตัวที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับบทบาทของตน เพื่อให้สามารถเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกที่ถูกต้องและทันท่วงที
ทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนงานที่เรากำลังดำเนินการบน AWS เพื่อเพิ่มความคล่องตัว ความรวดเร็ว
และขีดความสามารถในการแข่งขันขององค์กร”
คุณวัตสัน ถิรภัทรพงศ์ Country Manager ของ AWS ประเทศไทย กล่าวว่า “โอสถสภาเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนขององค์กรที่ยกระดับการใช้งาน
AI
จากการเริ่มต้นในบางทีม สู่การเป็นมาตรฐานการทำงานของพนักงานทั้ง
5,000 คน องค์กรได้นำ 9 หน่วยธุรกิจมาร่วมกันระบุโอกาสที่เป็นรูปธรรม พร้อมสร้างขีดความสามารถภายในเพื่อขับเคลื่อนให้เกิดผลลัพธ์อย่างแท้จริง
นี่คือรูปแบบที่เราเห็นในบริษัทชั้นนำของไทย ซึ่งนำ AI มาประยุกต์ใช้ให้เป็นส่วนหนึ่งของการทำงาน
การเข้าถึงลูกค้า และการสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน AWS ภูมิใจที่ได้เป็นแพลตฟอร์มคลาวด์และ AI ที่สนับสนุนความมุ่งมั่นนี้”

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น