จาก "หน้าจอ" กลับสู่ "หน้ากระดาษ"! สวีเดนสั่งลดการใช้แท็บเล็ตในโรงเรียน กู้วิกฤตทักษะการอ่านของเด็ก
ประเทศสวีเดนซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะหนึ่งในประเทศผู้นำด้านเทคโนโลยีของยุโรป กำลังปรับเปลี่ยนทิศทางการศึกษาครั้งใหญ่ โดยรัฐบาลได้สนับสนุนให้นักเรียนกลับมาใช้หนังสือเรียน กระดาษ และดินสอ แทนการเรียนผ่านอุปกรณ์ดิจิทัล ภายใต้สโลแกนที่ว่า "จากหน้าจอสู่แฟ้มเอกสาร" (from screen to binder)
ทำไมสวีเดนถึงต้องถอยหลังกลับไปใช้หนังสือ? สาเหตุสำคัญมาจากการที่ทักษะการอ่านและคณิตศาสตร์ของเด็กนักเรียนสวีเดนตกต่ำลงอย่างต่อเนื่อง โดยจากผลการประเมิน PISA ในปี 2022 พบว่าเด็กอายุ 15-16 ปี เกือบ 1 ใน 4 (24%) มีทักษะความเข้าใจในการอ่านไม่ถึงเกณฑ์ระดับพื้นฐาน
ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าการใช้หน้าจอมากเกินไปคือตัวการรบกวนสมาธิในชั้นเรียน ดร. Sissela Nutley นักประสาทวิทยา ให้ข้อมูลว่า การอ่านเนื้อหาผ่านอุปกรณ์ดิจิทัลทำให้เด็กประมวลผลข้อมูลได้ยากขึ้น และการจ้องหน้าจอมากเกินไปอาจส่งผลกระทบต่อพัฒนาการทางสมองของเด็กเล็กอีกด้วย
เพื่อจัดการปัญหานี้ รัฐบาลสวีเดนได้ทุ่มงบประมาณกว่า 2.1 พันล้านโครนา (ราว 7 พันล้านบาท) เพื่อลงทุนซื้อหนังสือเรียน พร้อมทั้งออกกฎหมายใหม่ โดยตั้งแต่ปี 2025 เด็กอนุบาลอายุต่ำกว่า 2 ขวบจะถูกห้ามใช้แท็บเล็ต และจะเริ่มมีการแบนการใช้โทรศัพท์มือถือในโรงเรียนภายในปีนี้
เสียงคัดค้านจากวงการเทคโนโลยี การหวนคืนสู่ยุคอนาล็อกนี้สร้างความกังวลอย่างหนักให้กับบริษัทเทคโนโลยี Jannie Jeppesen ซีอีโอสมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีการศึกษา (Edtech) เตือนว่า การลดการใช้เทคโนโลยีอาจทำให้เด็กขาดทักษะดิจิทัล ซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นสำหรับตำแหน่งงานกว่า 90% ในอนาคต นอกจากนี้ นโยบายนี้อาจส่งผลกระทบต่อการเป็นศูนย์กลางบริษัทสตาร์ทอัพระดับ "ยูนิคอร์น" ของสวีเดน หากประเทศขาดแคลนบุคลากรด้านไอที
นักวิชาการบางส่วนยังแสดงความกังวลเรื่อง "ความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล" เพราะหากโรงเรียนไม่สอนการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ อย่าง AI เด็กที่มีฐานะดีกว่าก็จะได้เปรียบ เพราะพ่อแม่สามารถสอนให้ที่บ้านได้
ความคิดเห็นที่แตกต่าง สำหรับตัวนักเรียนเองก็มีความคิดเห็นที่แตกเป็นสองฝ่าย นักเรียนบางคนยอมรับว่าเทคโนโลยีทำให้เด็กรุ่นใหม่เสียสมาธิได้ง่ายจริงๆ ในขณะที่นักเรียนอีกกลุ่มมองว่าคอมพิวเตอร์คือความเป็นจริงของโลกปัจจุบัน และโรงเรียนก็ควรให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีต่อไป
ทิศทางใหม่ของการศึกษาในสวีเดนครั้งนี้จึงเป็นประเด็นที่น่าจับตามองว่า การกลับสู่รากฐานดั้งเดิมจะช่วยกอบกู้ทักษะพื้นฐานของเด็กได้สำเร็จ หรือจะกลายเป็นการจำกัดโอกาสของเด็กในยุคดิจิทัลกันแน่!

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น