หยุดโทษแสงสีฟ้า! ผู้เชี่ยวชาญชี้ "เนื้อหาบนจอ" และ "ไลฟ์สไตล์" ต่างหากที่ทำคุณนอนไม่หลับ
ในความเป็นจริง ปริมาณแสงสีฟ้าที่แผ่ออกมาจากหน้าจออุปกรณ์เหล่านี้น้อยเกินกว่าที่จะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อระบบการนอนหลับของเรา ข้อมูลจากการทบทวนงานวิจัย 11 ชิ้นพบว่า แสงจากหน้าจอทำให้การนอนหลับล่าช้าไปมากที่สุดเพียงแค่ 9 นาทีเท่านั้น ซึ่งไม่ได้สร้างผลกระทบที่รุนแรงต่อชีวิต ยิ่งไปกว่านั้น มีการศึกษาพบว่าการได้รับแสงสีฟ้าจากอุปกรณ์ดิจิทัลต่อเนื่องถึง 24 ชั่วโมง ยังมีปริมาณน้อยกว่าการออกไปยืนรับแสงแดดกลางแจ้งเพียง 1 นาทีเสียอีก
ถ้าไม่ใช่แสงสีฟ้า แล้วอะไรคือตัวการที่แท้จริง? ศาสตราจารย์และผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวชศาสตร์และพฤติกรรมศาสตร์จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดระบุว่า สิ่งที่ทำให้เรานอนไม่หลับคือ "เนื้อหา" ที่เราดูบนโทรศัพท์มือถือและแล็ปท็อปช่วงก่อนนอนต่างหากที่ทำให้สมองตื่นตัว ไม่ใช่ตัวแสงสว่าง
นอกจากนี้ อีกหนึ่งปัญหาหลักคือ "วิถีชีวิตที่ขาดความแตกต่างของแสง" การที่เราใช้ชีวิตอยู่แต่ในบ้านหรือที่ทำงานภายใต้สภาพแสงไฟแบบเดิมๆ ตั้งแต่ตื่นจนถึงเข้านอน ทำให้ร่างกายไม่สามารถแยกแยะความแตกต่างระหว่างเวลากลางวันและกลางคืนได้
เคล็ดลับปรับพฤติกรรมเพื่อการนอนหลับที่ลึกขึ้น (โดยไม่ต้องพึ่งแว่นกรองแสง): คุณไม่จำเป็นต้องเสียเงินซื้อแว่นตากรองแสงสีฟ้าหรือพึ่งพาฟีเจอร์ลดแสงบนมือถือ เพราะสิ่งเหล่านั้นอาจเป็นเพียงแค่ "ตัวกระตุ้นทางจิตวิทยา" (เหมือนการวางเงื่อนไข) ที่ส่งสัญญาณบอกสมองว่าถึงเวลาเตรียมตัวเข้านอนแล้วเท่านั้น สิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ทำคือ:
- รับแสงแดดให้มากในตอนกลางวัน: การออกไปรับแสงสว่างนอกบ้าน โดยเฉพาะในตอนเช้าหรือเพียงแค่เดินเล่น 30 นาที จะช่วยตั้งค่านาฬิการ่างกายและทำให้คุณได้รับผลกระทบจากแสงในยามค่ำคืนน้อยลง
- สร้างความแตกต่างของแสง (Contrast) ในบ้าน: หากคุณทำงานที่บ้าน ให้เปิดไฟสว่างๆ ในตอนกลางวัน และเริ่มหรี่ไฟหรือปิดไฟให้มืดลงเมื่อถึงเวลาเย็น
สรุปแล้ว เพียงแค่คุณสร้างความแตกต่างของแสงสว่างในแต่ละวัน และลดการเสพเนื้อหาที่กระตุ้นสมองก่อนนอน คุณก็สามารถมีค่ำคืนแห่งการพักผ่อนที่ดีเยี่ยมได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องแสงสีฟ้าอีกต่อไป

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น