คลื่นสึนามิ AI สะเทือนซิลิคอนแวลลีย์! บิ๊กเทคฯ ทุ่มเงินมหาศาลสร้าง AI สวนทางปลดคนนับหมื่น

คลื่นสึนามิ AI สะเทือนซิลิคอนแวลลีย์! บิ๊กเทคฯ ทุ่มเงินมหาศาลสร้าง AI สวนทางปลดคนนับหมื่น



อุตสาหกรรมเทคโนโลยีในปัจจุบันกำลังเผชิญกับสิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญกังวลว่าจะเป็น "วิกฤตแรงงาน" ครั้งใหญ่ เมื่อบริษัทระดับโลกต่างพากันลดจำนวนพนักงานลงอย่างมหาศาล เพื่อนำเงินไปลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งผู้เชี่ยวชาญชี้ว่านี่ไม่ใช่แค่การปรับสมดุลตลาดชั่วคราว แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงระดับโครงสร้างการทำงานอย่างถาวร

บริษัทยักษ์ใหญ่พร้อมใจลดขนาดองค์กร

  • Meta (บริษัทแม่ของ Facebook): ประกาศเตรียมปลดพนักงานถึง 10% (ราว 8,000 ตำแหน่ง) และยกเลิกแผนที่จะจ้างงานในตำแหน่งที่เปิดรับอยู่อีก 6,000 ตำแหน่ง เพื่อบริหารงานให้มีประสิทธิภาพและนำงบไปลงทุนด้านอื่น
  • Microsoft: เสนอโครงการลาออกโดยสมัครใจ (Buyouts) เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ 51 ปีของบริษัท ซึ่งอาจครอบคลุมพนักงานในสหรัฐฯ ถึง 7% หรือราว 8,750 คน
  • บริษัทอื่นๆ: Amazon ปลดพนักงานไปแล้วอย่างน้อย 30,000 ตำแหน่งตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา รวมถึง Snap, Salesforce และ Oracle ก็ปลดพนักงานหลักพันถึงหมื่นคนเพื่อลดต้นทุนและมุ่งเน้น AI เช่นกัน แม้แต่แบรนด์กีฬาอย่าง Nike ก็ได้รับผลกระทบ โดยต้องปลดพนักงานสายเทคฯ ราว 1,400 คน

ตัวเลขคนตกงานที่น่าตกใจ เพียงแค่เปิดปี 2026 มาได้ไม่นาน มีพนักงานสายเทคฯ ถูกเลิกจ้างไปแล้วกว่า 92,000 คน และหากนับรวมตั้งแต่ปี 2020 ตัวเลขพุ่งสูงถึงเกือบ 900,000 คน

สาเหตุที่แท้จริงคืออะไร? นอกจากการพยายามลดขนาดองค์กรที่จ้างคนมากเกินไปในช่วงวิกฤตโควิด-19 แล้ว สาเหตุสำคัญคือบิ๊กเทคฯ 4 เจ้าใหญ่อย่าง Alphabet, Microsoft, Meta และ Amazon เตรียมทุ่มเม็ดเงินรวมกันสูงถึง 7 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในปีนี้ เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ให้ทันต่อความต้องการของตลาด พวกเขาจึงต้องนำ AI เข้ามาช่วยทำงานแทนเพื่อลดต้นทุนค่าจ้าง

เทรนด์ใหม่: บริษัทโตได้ด้วยคนหยิบมือเดียว ในฝั่งของบริษัทสตาร์ทอัพก็เกิดค่านิยมใหม่ คือการทำธุรกิจให้โตไวโดยใช้คนให้น้อยที่สุด ปัจจุบันมีสตาร์ทอัพที่สามารถทำรายได้ถึงระดับ 50 ล้านดอลลาร์ด้วยพนักงานเพียง 50 คน ซึ่งหากเป็นยุคก่อนจะต้องใช้คนมากถึง 250 คนเลยทีเดียว

ผลกระทบต่อคนทำงานทั่วไป แม้จะมีข้อโต้แย้งว่า AI จะช่วยสร้างงานใหม่ๆ แต่ข้อมูลระบุชัดเจนว่าขณะนี้ AI กำลังทำให้ตำแหน่งงานไอทีทั่วไปหรือตำแหน่งระดับเริ่มต้น (Entry-level) เปิดรับสมัครน้อยลง ในขณะที่ตลาดหันไปต้องการผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง เช่น วิศวกร AI แทน สถานการณ์นี้ทำให้บรรดาพนักงานบริษัทเกิดความตึงเครียดและรู้สึกไม่มั่นคงในหน้าที่การงานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ที่มาข้อมูล

ความคิดเห็น