พลังผู้นำสตรีไทยในวันสตรีสากล กุญแจสำคัญสู่อนาคตเศรษฐกิจไทยในระยะยาว
เนื่องในโอกาสวันสตรีสากล
ประจำปี 2569 ซึ่งตรงกับวันที่
8
มีนาคม
ปีนี้ ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่เพียงการเฉลิมฉลองบทบาทของสตรี หากแต่เป็นการเปลี่ยน
“ความมุ่งมั่น” ให้เกิดเป็น “การลงมือทำ” ภายใต้แนวคิด “Rights.
Justice. Action. For ALL Women and Girls.” ที่สะท้อนถึงความสำคัญของการเสริมสร้างศักยภาพสตรีและการพัฒนาผู้นำรุ่นใหม่
คาร์นีย์ (Kearney) บริษัทที่ปรึกษาด้านการบริหารจัดการระดับโลก
ร่วมกับ Egon Zehnder บริษัทที่ปรึกษาด้านการสรรหาผู้บริหารระดับสูงระดับโลก
เห็นพ้องว่าการพัฒนาผู้นำสตรีไทยคือหนึ่งในกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจและภาคธุรกิจของประเทศในระยะยาว
ภาวะผู้นำไม่ได้จำกัดอยู่ที่เพศ
และผู้หญิงไทยได้พิสูจน์ศักยภาพมาอย่างต่อเนื่องทั้งในระดับองค์กรและระดับประเทศ
เช่น คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
และอดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล
ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและการขยายตัวทางการค้า
ซึ่งมีส่วนช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้กับประเทศในระดับหลายพันล้านบาท
ประเทศไทยยังมีโอกาสต่อยอดได้อีกมาก
การเพิ่มสัดส่วนของสตรีในตำแหน่งผู้นำระดับที่มีอำนาจตัดสินใจมิใช่เพียงเรื่องของความเท่าเทียมเท่านั้น
หากแต่เป็นการเพิ่มศักยภาพแรงงาน และเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันระยะยาว
ความหลากหลายของระดับผู้นำยังมีส่วนสำคัญในการผลักดันนวัตกรรม
การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ และการเติบโตอย่างยั่งยืน
ซึ่งมีความสำคัญต่อบทบาทของประเทศไทยในระดับอาเซียนและเวทีโลก
โดยงานวิจัยของคาร์นีย์ยังชี้ให้เห็นว่า
ความหลากหลายและการมีส่วนร่วมในองค์กรสามารถช่วยส่งเสริมนวัตกรรมและเพิ่มผลิตภาพได้[1]
ในขณะที่ปัจจุบัน สตรีที่ดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัทในประเทศไทยมีเพียงประมาณ 19%
เทียบกับค่าเฉลี่ยในยุโรปที่อยู่ราว
30–40%
สะท้อนให้เห็นถึงช่องว่างเชิงโครงสร้างมากกว่าข้อจำกัดด้านศักยภาพ
การลดช่องว่างดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัยความมุ่งมั่นและการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องโครงการอย่าง
IGNITE
Thailand ซึ่งพัฒนาโดย
Kearney
ร่วมกับ
Egon
Zehnder สะท้อนการเปลี่ยนแปลงผ่านการเล็งเห็นความสำคัญของผู้นำสตรี
ไปสู่การเร่งสร้างพัฒนาผู้นำหญิงรุ่นใหม่ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
แพลตฟอร์มความร่วมมือข้ามอุตสาหกรรมนี้ได้รับการสนับสนุนจากผู้นำธุรกิจหญิงชั้นนำของประเทศในฐานะคณะที่ปรึกษา
ได้แก่ คุณนวลพรรณ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด
(มหาชน) คุณวัลยา จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) คุณกลอยตา ณ ถลาง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ งานบริหารความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และ คุณมณีรัตน์ อนุโลมสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
บริษัท Sea (ประเทศไทย)
ผู้นำสตรีเหล่านี้เป็นภาพสะท้อนอย่างชัดเจนว่าบทบาทของผู้หญิงในตำแหน่งผู้นำมีส่วนสำคัญต่อการเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจและการเติบโตของภาคธุรกิจไทย อีกทั้งยังตอกย้ำถึงความจำเป็นในการเพิ่มจำนวนผู้นำหญิงในระดับสูงขององค์กรในอนาคต
คุณนวลพรรณ
ล่ำซำ กรรมการที่ปรึกษาโครงการ IGNITE Thailand และผู้สนับสนุนการพัฒนาผู้นำและการสร้างโอกาสสำหรับผู้หญิงมาอย่างต่อเนื่อง
นอกเหนือจากบทบาทในภาคธุรกิจ
ยังมีส่วนสำคัญในการผลักดันบทบาทของผู้หญิงในวงการกีฬา โดยเฉพาะฟุตบอลไทย
ซึ่งช่วยเปิดพื้นที่และโอกาสให้ผู้หญิงเติบโต ทั้งในด้านกีฬาและการเป็นผู้นำรุ่นใหม่
ในฐานะหนึ่งในผู้นำธุรกิจหญิงที่โดดเด่นของประเทศ คุณนวลพรรณพิสูจน์ให้เห็นว่าผู้หญิงสามารถก้าวสู่บทบาทผู้นำในระดับสูงได้
พร้อมมองว่า IGNITE Thailand เป็นแพลตฟอร์มสำคัญที่ช่วยสนับสนุนให้ผู้หญิงก้าวสู่ตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงมากขึ้น
คุณวัลยา
จิราธิวัฒน์
มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาธุรกิจศูนย์การค้าและอสังหาริมทรัพย์
ของประเทศไทย ภายใต้การนำของเธอ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา
ประสบความสำเร็จในการขยายโครงการขนาดใหญ่ทั่วประเทศ
และมีส่วนช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับเมืองและภูมิภาค ในฐานะหนึ่งในผู้นำธุรกิจหญิงชั้นนำของเอเชีย
คุณวัลยามีบทบาทสำคัญในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรและเปิดโอกาสให้ผู้หญิงเติบโตสู่ตำแหน่งผู้นำมากขึ้น
โดยมองว่า IGNITE Thailand เป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยเสริมพลังและสร้างเครือข่ายผู้นำสตรีจากหลากหลายอุตสาหกรรม
และเนื่องในวันสตรีสากล ได้เน้นย้ำว่า เมื่อผู้หญิงก้าวหน้า
สังคมก็จะก้าวหน้าตามไปด้วย
คุณกลอยตา
ณ ถลาง มีบทบาทอย่างแข็งขันในการขับเคลื่อนธุรกิจพลังงานสู่ความยั่งยืน
โดยมีบทบาทโดดเด่นด้านพลังงานแห่งอนาคตและการเติบโตอย่างมีความรับผิดชอบ รวมถึงการมีส่วนร่วมในเวทีระดับโลกอย่าง
World
Economic Forum ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของผู้นำสตรีไทยในการมีส่วนร่วมต่อทิศทางการพัฒนาในระดับนานาชาติ
ควบคู่ไปกับการสนับสนุนการเติบโตระยะยาวของประเทศไทย เธอเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างองค์กร
เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้ มุมมองที่หลากหลาย และพลังสนับสนุนร่วมกัน ให้ผู้หญิงสามารถก้าวขึ้นเป็นผู้นำที่สร้างผลลัพธ์เชิงบวกและมีความรับผิดชอบได้อย่างแท้จริง
นอกจากนี้ เธอยังมองว่าโครงการต่าง ๆ เช่น IGNITE Thailand เป็นแพลตฟอร์มสำคัญในการเสริมสร้างความร่วมมือข้ามอุตสาหกรรม
และเร่งพัฒนาศักยภาพความเป็นผู้นำให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
คุณมณีรัตน์
อนุโลมสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท Sea
(ประเทศไทย)
มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทย ภายใต้การนำของเธอ
แพลตฟอร์มดิจิทัลได้ช่วยให้ผู้ประกอบการไทยสามารถขยายตลาดและเชื่อมต่อกับเศรษฐกิจโลกได้มากขึ้น
เธอมองว่า IGNITE Thailand เป็นกลไกสำคัญในการเตรียมความพร้อมให้ผู้หญิงก้าวสู่บทบาทผู้นำในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
และเนื่องในวันสตรีสากล ปัจจุบันผู้หญิงเป็นกลุ่มผู้ประกอบการที่มีสัดส่วนสำคัญ
โดยเฉพาะในกลุ่ม SMEs และธุรกิจออนไลน์
การเสริมทักษะด้านดิจิทัลและการเปิดโอกาสด้านความเป็นผู้นำให้กับผู้หญิง จะเป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อคศักยภาพการเติบโตของประเทศไทยในอนาคต
คุณลีโอน่า
มนูญพงศ์ หัวหน้าฝ่ายประสานงาน IGNITE Thailand และพรินซิเพิล
บริษัท Kearney ประเทศไทย
อธิบายว่า IGNITE Thailand ได้แปลงความตั้งใจให้เกิดเป็นการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรมผ่านกรอบแนวคิด
R.A.I.S.E.
ซึ่งประกอบด้วย
การยกย่องและเชิดชูความสำเร็จ การผลักดันการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก
การแบ่งปันข้อมูลเชิงลึก การสนับสนุนผ่านระบบพี่เลี้ยง
และการเสริมสร้างศักยภาพผู้นำ
โดยโครงการได้สร้างเครือข่ายผู้นำข้ามอุตสาหกรรมผ่านกิจกรรมพัฒนาภาวะผู้นำและระบบพี่เลี้ยง
ซึ่งได้จับคู่ที่ปรึกษาและผู้เข้าร่วมจากองค์กรชั้นนำ อาทิ เครือเจริญโภคภัณฑ์
ไมโครซอฟท์ โคคา-โคลา และ ปตท.
เพื่อสร้างแรงขับเคลื่อนด้านภาวะผู้นำสตรีอย่างต่อเนื่อง
ความมุ่งมั่นของคาร์นีย์ในการพัฒนาผู้นำสตรีสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจของประเทศไทยในระยะยาว
“ในวันสตรีสากล
การพัฒนาศักยภาพผู้หญิงไทยมิใช่เพียงแนวคิด
แต่เป็นการขับเคลื่อนเชิงกลยุทธ์ที่ช่วยปลดล็อกศักยภาพทุนมนุษย์
สร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่
และเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจไทยในระยะยาว” คุณสิทธารถะ ปาตัก
พาร์ทเนอร์บริษัท Kearney กล่าว
วันสตรีสากลในปีนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญสำหรับประเทศไทยในการผลักดันการพัฒนาผู้นำสตรีอย่างต่อเนื่อง
เพราะการลงทุนในการพัฒนาศักยภาพผู้นำหญิงในวันนี้
คือการวางรากฐานให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างเข้มแข็ง ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม
และมีขีดความสามารถในการแข่งขันบนเวทีโลกในอนาคต


.jpeg)

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น