วิกฤตชิปขาดแคลนหนักรับยุค AI! ผู้ผลิตชี้อาจลากยาวถึงปี 2030 ขณะแห่ลงทุนเพิ่มทะลุแสนล้านดอลลาร์

วิกฤตชิปขาดแคลนหนักรับยุค AI! ผู้ผลิตชี้อาจลากยาวถึงปี 2030 ขณะแห่ลงทุนเพิ่มทะลุแสนล้านดอลลาร์

ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำยักษ์ใหญ่ของโลกทั้ง Micron, Samsung และ SK Hynix ต่างส่งสัญญาณเตือนถึงภาวะขาดแคลนชิปที่รุนแรง ซึ่งเป็นผลพวงมาจากความต้องการที่พุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดในยุคปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดย Chey Tae-won ประธานของ SK Group คาดการณ์ว่าวิกฤตชิปขาดแคลนนี้อาจลากยาวไปจนถึงปี 2030

ลูกค้าได้ของไม่ครบ ต้องแย่งกันทำสัญญาระยะยาว สถานการณ์ปัจจุบันมีความตึงตัวอย่างมาก Sanjay Mehrotra ซีอีโอของ Micron เปิดเผยว่า ซัพพลายในตลาดมีจำกัดมากจนลูกค้าคนสำคัญได้รับชิปเพียงแค่ 50% ถึง 66% ของปริมาณที่พวกเขาต้องการเท่านั้น ความต้องการที่ล้นหลามทำให้เกิดการพลิกโฉมในวงการ จากเดิมที่อุตสาหกรรมนี้มักทำสัญญาซื้อขายกันแบบปีต่อปี ล่าสุด Micron ได้เซ็นสัญญากับลูกค้าระยะยาว 5 ปีเป็นครั้งแรก ในขณะที่ผู้บริหารของ Samsung ก็กำลังหารือเพื่อทำสัญญาระยะยาว 3 ถึง 5 ปีกับลูกค้าเช่นกัน เพื่อรับประกันว่าจะมีสินค้าเพียงพอ

กำไรพุ่ง แต่ทำไมหุ้นร่วงและนักลงทุนถึงกังวล? แม้ Micron จะเปิดเผยผลประกอบการที่ทำกำไรและรายได้สูงทะลุเป้าหมายไปมาก แต่ราคาหุ้นกลับร่วงลง สาเหตุหลักมาจากความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับการทุ่มเม็ดเงินลงทุนเพื่อขยายกำลังการผลิตที่สูงลิ่ว โดยในปีนี้ Samsung วางแผนใช้งบลงทุนสูงถึง 7.3 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่ Micron ก็เตรียมงบลงทุนไว้อย่างน้อย 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์

ในอดีต การทุ่มสร้างโรงงานใหม่มักเป็นสัญญาณเตือนว่ากำลังผลิตในอนาคตกำลังจะล้นตลาด ทำให้นักลงทุนบางส่วนเริ่มตั้งคำถามว่าอัตรากำไรของบริษัทชิปเหล่านี้ได้เดินทางมาถึง "จุดสูงสุด" แล้วหรือไม่

มุมมองนักวิเคราะห์: ขาขึ้นนี้ยังอีกยาวไกล แม้จะมีความกังวล แต่นักวิเคราะห์จากสถาบันการเงินอย่าง Daiwa และ Cantor Fitzgerald กลับมองว่าวงจรขาขึ้นรอบนี้ไม่ใช่แค่ปรากฏการณ์ระยะสั้น โดยได้ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายของหุ้น Micron ขึ้นกว่าเท่าตัวเป็น 700 ดอลลาร์ และเชื่อว่ายุคทองของอุตสาหกรรมชิปหน่วยความจำรอบนี้จะยังไม่จบลงในปี 2026 แต่อาจลากยาวต่อเนื่องไปจนถึงปี 2027 หรือ 2028 เลยทีเดียว

ที่มาข้อมูล 

ความคิดเห็น