ฟอร์ดเปิดเซ็กเมนต์ความแกร่งใหม่ตลาดรถกระบะ เปิดตัวฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ รุ่นกระบะ 4 ประตูครั้งแรกในโลก

ฟอร์ดเปิดเซ็กเมนต์ความแกร่งใหม่ตลาดรถกระบะ
เปิดตัวฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ รุ่นกระบะ 4 ประตูครั้งแรกในโลก

นำทัพเรนเจอร์-เอเวอเรสต์รุ่นย่อยใหม่ ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47

กรุงเทพฯ ประเทศไทย 23 มีนาคม 2569ฟอร์ด ประเทศไทย สร้างความตื่นเต้นอีกครั้งในตลาดรถกระบะ ด้วยการเปิดตัว ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ รถกระบะสำหรับภารกิจหนักที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ช่องว่างสำคัญในตลาด พร้อมนิยามความแกร่งบทใหม่ โหดได้เรื่อง ดุได้ใจ!’ โดยลูกค้าไทยจะได้สัมผัสรุ่นกระบะ 4 ประตู เป็นครั้งแรกของโลกก่อนใคร พร้อมเผยไลน์อัปรุ่นย่อยใหม่ของ ฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ ที่มาพร้อมสมรรถนะ เทคโนโลยี และทางเลือกที่ตอบโจทย์การใช้งานและไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ตอกย้ำบทบาทของฟอร์ดในฐานะผู้นำตลาดรถกระบะและรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 พร้อมโปรโมชันสุดเร้าใจทั้งภายในงานและที่ผู้จำหน่ายฟอร์ดทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม – 5 เมษายน 2569

การเปิดตัว ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของฟอร์ดในการยกระดับมาตรฐานความแกร่งของตลาดรถกระบะ โดยฟอร์ดมองเห็นช่องว่างสำคัญในตลาดสำหรับรถกระบะที่สามารถรองรับภารกิจหนักได้อย่างแท้จริง ตั้งแต่ผู้ประกอบการที่ต้องใช้รถสำหรับภารกิจหนัก ไปจนถึงนักเดินทางที่ต้องการรถที่พร้อมลุยในทุกสภาพเส้นทาง เราจึงพัฒนารถรุ่นนี้ขึ้นมาเพื่อเปิดเซ็กเมนต์ใหม่ของรถกระบะสำหรับภารกิจหนัก

นอกจากนี้ฟอร์ดยังได้เปิดตัวไลน์อัปรถยนต์ใหม่ของ ฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ ด้วยทางเลือกเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบที่ปรับจูนใหม่ จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด เพื่อมอบทางเลือกที่ตอบโจทย์การใช้งานและไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของลูกค้าชาวไทย สะท้อนแนวทางการตลาดระดับโลกของฟอร์ด ภายใต้แพลตฟอร์ม ‘Ready Set Ford’ ที่มุ่งเสริมศักยภาพให้ลูกค้าสามารถดึงขีดความสามารถของตนเองออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่ผ่านการใช้รถฟอร์ด นายรัฐการ จูตะเสน กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว


ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ พัฒนาขึ้นเพื่อเป็นคำตอบสำหรับลูกค้าที่ต้องการสมรรถนะด้านการบรรทุกและการลากจูงในระดับที่แตกต่างจากรถกระบะที่มีจำหน่ายในท้องตลาดปัจจุบัน ด้วยความสามารถในการลากจูงสูงสุด 4,500 กิโลกรัม รองรับน้ำหนักรถรวมบรรทุกสูงสุด หรือ GVM (Gross Vehicle Mass) 4,500 กิโลกรัม และน้ำหนักรวมบรรทุกและลากจูงสูงสุด หรือ GCM (Gross Combine Mass) 8,000 กิโลกรัม

ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ มาพร้อมโครงสร้างที่ได้รับการอัปเกรดใหม่ทั้งหมด มีน้ำหนักมากกว่าโครงปกติของเรนเจอร์ทั่วไป 70-80 กิโลกรัม กันชนเหล็กยึดกับโครงรถโดยตรง แผ่นกันกระแทกใต้ท้องรถผลิตจากเหล็กหนาถึง 3.6 มิลลิเมตร ที่ปกป้องช่วงล่างตั้งแต่ด้านหน้าไปจนถึงบริเวณถังน้ำมัน พร้อมสำหรับการลงพื้นที่สมบุกสมบันทุกรูปแบบ ระบบช่วงล่างที่ออกแบบใหม่ ประกอบด้วยปีกนกที่หนาที่สุดเท่าที่ฟอร์ดเคยพัฒนาให้กับฟอร์ด เรนเจอร์ เพลาขับหน้าและหลังที่แข็งแรงขึ้น และเฟืองท้ายแบบใหม่ที่ใหญ่และแข็งแรง เพื่อรองรับการบรรทุกและลากจูงของที่มีน้ำหนักมากจากการใช้งานอย่างหนักหน่วงของลูกค้า เอกลักษณ์ความ โหดได้เรื่อง ดุได้ใจ!’ ยังสะท้อนผ่านรายละเอียดการออกแบบ เช่น ล้อเหล็ก Heavy Duty น็อต 8 ตัว ซึ่งมีเฉพาะในรุ่นซูเปอร์ ดิวตี้เท่านั้น พร้อมสัญลักษณ์ ‘SUPER DUTY’ ที่แผงคอนโซลหน้า

ฟอร์ดยังตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีช่วยขับขี่ที่พัฒนาสำหรับการขับขี่ออฟโรดโดยเฉพาะ ด้วยโหมดการขับขี่ครบ 7 โหมด ได้แก่ โหมดปกติ โหมดประหยัด โหมดลากจูง โหมดถนนลื่น โหมดโคลน โหมดทราย โหมดหิน นอกจากนี้ยังมาพร้อมฟีเจอร์อัจฉริยะที่นำมาใช้ในรถกระบะในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ได้แก่ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเพื่อการขับขี่ออฟโรด (Trail Control) และระบบช่วยเลี้ยวบนเส้นทางออฟโรด (Trail Turn Assist)

ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ รุ่นกระบะ 4 ประตู เครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร วี 6 เปิดตัวในราคา 1,599,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง

นอกจากนี้ ฟอร์ดยังยกระดับไลน์อัปรุ่นย่อย ฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ เพื่อเพิ่มสมรรถนะการขับขี่ และทางเลือกให้ลูกค้าเป็นเจ้าของรถที่มาพร้อมฟีเจอร์ระดับพรีเมียมได้ง่ายขึ้น ด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร  เทอร์โบที่ปรับจูนใหม่ จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ระบบความปลอดภัยที่ติดตั้งมาตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น และปรับโฉมดีไซน์ภายนอกให้ดูเท่และดุดันขึ้นกว่าเดิม ในหลากหลายรุ่นย่อย


ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ ปรับแต่งเพื่อตอบโจทย์การใช้งานได้ครบครันยิ่งขึ้น ทั้งด้านการทำงานและไลฟ์สไตล์ในวันหยุดกับครอบครัว นำโดยฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค เอ็กซ์ เครื่องยนต์ 3.0 ลิตร วี 6 เกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ที่ยกระดับความดุดันด้วยสมรรถนะการขับขี่ออฟโรดเหนือระดับ โดดเด่นด้วยการอัปเกรดช่วงล่างด้วยโช้คอัพ Bilstein เสริมแผ่นโลหะกันกระแทกใต้ท้องรถ พร้อมไฟหน้าแบบเมทริกซ์ แอลอีดี และล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว สีดำด้าน ยาง All-Terrain (A/T 265/70 R17) เพื่อรองรับทุกเส้นทางท้าทายได้อย่างมั่นใจ พร้อมนวัตกรรม Flexible Rack System ที่ช่วยให้การบรรทุกอุปกรณ์เดินทางเป็นเรื่องง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น ภายในห้องโดยสารมอบความหรูหราด้วยระบบเสียงพรีเมียมจาก Bang & Olufsen 8 ตำแหน่ง ให้ทุกการเดินทางคือการพักผ่อนอย่างมีสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานหนักหรือทริปท่องเที่ยวสุดเอ็กซ์ตรีม และเพิ่มความโดดเด่นยิ่งขึ้นด้วยสีใหม่สีส้ม อิกไนท์ ออเรนจ์ ที่สะท้อนตัวตนสายลุยได้อย่างชัดเจน  

ขณะที่ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ และ รุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบ จับคู่เกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ได้รับการเสริมเทคโนโลยีความปลอดภัยและระบบช่วยขับขี่ขั้นสูง โดยไวลด์แทรคทุกรุ่นมาพร้อมสีใหม่ อิกไนท์ ออเรนจ์ เพิ่มความโดดเด่นสำหรับลูกค้าสายลุย ส่วนรุ่นคุ้มค่าสำหรับการใช้งานอย่าง ฟอร์ด เรนเจอร์ XLS รุ่นกระบะ 4 ประตูยกสูง ได้รับการอัปเกรดอุปกรณ์เพื่อความสะดวกสบายและการใช้งานที่ครบครันยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอสีแบบสัมผัส Multi-Touch ขนาด 12 นิ้ว ระบบปรับอากาศแบบแยกอุณหภูมิซ้าย-ขวา ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง พร้อมเพิ่มไฟท้ายแบบแอลอีดี และระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control) เพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังเพิ่มทางเลือกในรุ่นเริ่มต้นอย่าง ฟอร์ด เรนเจอร์ XL+ ด้วยเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด เป็นครั้งแรก 

ด้าน ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ มอบทางเลือกที่ครอบคลุมยิ่งขึ้นให้กับลูกค้ารถยนต์นั่งอเนกประสงค์ ทั้งในชีวิตประจำวันและการเดินทางผจญภัย โดยฟอร์ด เอเวอเรสต์ แพลทินัม มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร วี 6 และทางเลือกใหม่ฟอร์ด เอเวอเรสต์ แพลทินัม เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบ ขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์ขับขี่ระดับพรีเมียมในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น มาพร้อมเพิ่มสีใหม่สุดหรู สีเขียว อะเคเซีย กรีน

ขณะที่ฟอร์ด เอเวอเรสต์ สปอร์ต ตอกย้ำความคุ้มค่าและความสามารถในการลุย ด้วยทางเลือกระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่ตอบโจทย์ลูกค้าที่มองหารถยนต์นั่งอเนกประสงค์ที่พร้อมลุยในราคาที่เข้าถึงง่าย ควบคู่ดีไซน์ที่โดดเด่น ครบครันด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัย มาพร้อมสีเทาใหม่ คอมมานด์ เกรย์ ส่วนน้องใหม่รุ่นเริ่มต้นกับ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ แอคทีฟ ที่มาพร้อมเทคโนโลยีช่วยการขับขี่และความปลอดภัยขั้นสูง เช่น ระบบช่วยเบรคอัตโนมัติ  ระบบเตือนการชนด้านหน้า ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง ระบบช่วยควบคุมรถหลังจากชน ระบบไฟส่องสว่างแบบแบ่งโซน ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัจฉริยะ มาพร้อมจอสีแบบสัมผัส Multi-Touch ขนาด 12 นิ้ว

ฟอร์ดเตรียมเปิดให้ลูกค้าที่สนใจสั่งจองรถฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ ได้ทั้งผ่านช่องทางออนไลน์ บนเว็บไซต์ www.ford.co.th รวมถึงที่งานมอเตอร์โชว์ และที่ผู้จำหน่ายฟอร์ดทั่วประเทศ

ข้อเสนอสุดพิเศษเฉพาะช่วงงานมอเตอร์โชว์

ฟอร์ดมอบข้อเสนอพิเศษสำหรับรถรุ่นใหม่ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 (เฉพาะช่วงระยะเวลาการจัดงาน) โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ รุ่นกระบะ 4 ประตู เครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร วี 6 เปิดตัวในราคา 1,599,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง
  • ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค เอ็กซ์ เปิดตัวในราคา 1,469,000 บาท ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง
  • ฟอร์ด เรนเจอร์ XLS รุ่นกระบะ 4 ประตู จำหน่ายในราคาพิเศษเพียง 939,000 บาท พร้อมโปรแกรมผ่อนต่ำเพียง 9,787 บาทต่อเดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง
  • ฟอร์ด เอเวอเรสต์ แพลทินัม เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบ เปิดตัวในราคา 1,779,000 บาท ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง 
  • ฟอร์ด เอเวอเรสต์ สปอร์ต รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ จำหน่ายในราคา 1,669,000 บาท รับดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง เมื่อดาวน์ 25% และผ่อน 48 เดือน เมื่อจัดไฟแนนซ์ผ่านฟอร์ด ลีสซิ่ง
  • ฟอร์ด เอเวอเรสต์ แอคทีฟ ใหม่ จำหน่ายในราคาพิเศษเพียง 1,299,000 บาท จากราคาปกติ 1,379,000 บาท เมื่อจัดไฟแนนซ์ผ่านฟอร์ด ลีสซิ่ง
  • รถฟอร์ด ทุกรุ่นมาพร้อมโปรแกรม Ford Care รับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่จากโรงงาน นาน 5 ปี /150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) 

ฟอร์ดยังคงสานต่อการดูแลลูกค้าเพื่อยกระดับประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถ ด้วยแนวคิดการบริการแบบ สะดวก มั่นใจ ประทับใจพร้อมดูแลลูกค้าเสมือนคนในครอบครัวด้วยนวัตกรรมการบริการที่พัฒนาขึ้นโดยคำนึงถึงลูกค้าเป็นศูนย์กลางอยู่เสมอ ควบคู่การมอบความคุ้มค่าและสิทธิประโยชน์ให้ลูกค้าอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นการมอบการบริการตลอด 24 ชั่วโมงผ่านช่องทางดิจิทัลต่างๆ ทั้ง Ford app และ Line OA Ford Thailand เช่น ระบบนัดหมายเข้าศูนย์บริการ การติดตามสถานะการซ่อมบำรุง เพิ่มความสะดวกในการเข้ารับบริการ อีกทั้งยังมอบความคุ้มค่าระยะยาวโดยให้ความสำคัญกับการลดค่าใช้จ่ายในการเป็นเจ้าของรถผ่านโปรแกรมบำรุงรักษาและแพ็กเกจบริการที่หลากหลาย และสิทธิประโยชน์จาก Ford Rewards Club เพื่อตอบโจทย์ความคุ้มค่าตลอดอายุการใช้งาน

ติดตามข้อมูลเกี่ยวกับฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ และรถฟอร์ดรุ่นย่อยใหม่ได้จากแฮชแท็ก #ToughUnlimited #RangerSuperDuty #FordRanger #FordEverest #SuperDuty

ความคิดเห็น