หายนะ TikTok ในมือสหรัฐฯ: ดราม่าถล่ม-ยอดร่วงตั้งแต่เริ่ม

หายนะ TikTok ในมือสหรัฐฯ ดราม่าถล่ม-ยอดร่วงตั้งแต่เริ่ม


หลังจากที่ TikTok เปลี่ยนสัญชาติจากแอปจีนมาเป็นแอปอเมริกันอย่างเต็มตัวได้เพียงหนึ่งสัปดาห์ สถานการณ์กลับไม่สวยหรูอย่างที่คิด เมื่อแอปพลิเคชันวิดีโอสั้นยอดนิยมต้องเผชิญกับวิกฤตศรัทธาครั้งใหญ่ที่อาจสั่นคลอนอนาคตของแอปในระยะยาว

จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2026 บริษัท ByteDance บริษัทแม่สัญชาติจีนได้บรรลุข้อตกลงขาย TikTok ให้กับกลุ่มนักลงทุนสหรัฐฯ ซึ่งนำโดยยักษ์ใหญ่ด้านซอฟต์แวร์อย่าง Oracle การซื้อขายนี้เกิดขึ้นเพื่อตอบสนองต่อกฎหมายของสหรัฐฯ ที่บีบให้ "ขายหรือถูกแบน" ซึ่งเป็นประเด็นยืดเยื้อมาตั้งแต่สมัยประธานาธิบดีทรัมป์ดำรงตำแหน่งในสมัยแรก

ดราม่า 3 เด้งที่ถล่ม TikTok ในสัปดาห์เดียว

1. ความระแวงเรื่องความเป็นส่วนตัว ทันทีที่เปลี่ยนเจ้าของ TikTok ได้ปรับนโยบายความเป็นส่วนตัวใหม่ที่อนุญาตให้เก็บข้อมูล "ตำแหน่งที่ตั้งที่แม่นยำ" ของผู้ใช้ได้ สิ่งนี้สร้างความหวาดระแวงทันที เพราะเจ้าของคนใหม่คือ Larry Ellison แห่ง Oracle ซึ่งเป็นผู้บริจาคเงินรายใหญ่ให้แก่กลุ่ม Maga (กลุ่มผู้สนับสนุนทรัมป์) ทำให้เกิดคำถามว่าจะนำข้อมูลผู้ใช้ไปทำอะไร

2. ภัยธรรมชาติทำระบบล่ม แต่คนนึกว่าโดน "ปิดปาก" ในช่วงสุดสัปดาห์แรกของการเปลี่ยนถ่ายเจ้าของ สหรัฐฯ เผชิญกับพายุหิมะรุนแรงที่ทำให้ศูนย์ข้อมูล (Datacenters) ของ Oracle ไฟดับ ส่งผลให้แอป TikTok ล่ม ผู้ใช้จำนวนมากอัปโหลดวิดีโอไม่ได้ หรือวิดีโอที่ลงไปมียอดวิวเป็นศูนย์

แต่ปัญหาคือ ช่วงเวลานั้นเกิดเหตุการณ์ประท้วงรุนแรงจากการที่เจ้าหน้าที่ตม. สังหารพลเมืองสหรัฐฯ เมื่อผู้ใช้และคนดังอย่าง Billie Eilish พยายามโพสต์คลิปเหตุการณ์นี้แล้วคลิปไม่มียอดวิว จึงเกิดกระแสเข้าใจผิดว่าเจ้าของใหม่กำลัง "เซ็นเซอร์" เนื้อหาที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล แม้ทาง TikTok และ Oracle จะชี้แจงภายหลังว่าเป็นปัญหาทางเทคนิคจากสภาพอากาศ แต่ความเชื่อมั่นก็ได้ถูกทำลายไปแล้ว

3. การสอบสวนและการย้ายค่ายครั้งใหญ่ ความไม่พอใจลุกลามจน Gavin Newsom ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย ประกาศตั้งทีมสอบสวนว่า TikTok มีการปิดกั้นเนื้อหาที่วิจารณ์ โดนัลด์ ทรัมป์ จริงหรือไม่

ผลกระทบที่เกิดขึ้นทันตาเห็นคือ ผู้ใช้งานเริ่มเท TikTok และหันไปดาวน์โหลดแอปคู่แข่งหน้าใหม่อย่าง "Upscrolled" ที่ชูจุดขายเรื่องการไม่เซ็นเซอร์ จนแอปนี้พุ่งขึ้นสู่อันดับ 1 ใน App Store ของสหรัฐฯ ในขณะที่ TikTok ร่วงลงไปอยู่อันดับที่ 16 นอกจากนี้ แอปประเภท VPN ที่ช่วยปกปิดตัวตนก็มียอดดาวน์โหลดพุ่งสูงขึ้นเช่นกัน สะท้อนถึงความกลัวการถูกสอดแนมจากรัฐบาล

บทสรุป แม้ TikTok จะมีฐานผู้ใช้กว่าพันล้านคนและไม่น่าจะล้มหายไปง่ายๆ แต่สัปดาห์แรกภายใต้เจ้าของใหม่ชาวอเมริกันถือเป็นการเริ่มต้นที่ย่ำแย่และทำลายความเชื่อมั่นของผู้ใช้ไปไม่น้อย

ที่มาข้อมูล

ความคิดเห็น