"SaaSpocalypse" เมื่อ AI ตัวใหม่จาก Anthropic ทุบหุ้นซอฟต์แวร์โลกหายวับ 2.85 แสนล้านดอลลาร์ในวันเดียว!
"SaaSpocalypse" เมื่อ AI ตัวใหม่จาก Anthropic ทุบหุ้นซอฟต์แวร์โลกหายวับ 2.85 แสนล้านดอลลาร์ในวันเดียว!
เกิดอะไรขึ้น? เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2026 ที่ผ่านมา บริษัท Anthropic ผู้พัฒนา AI ชื่อดัง (เจ้าของ Claude) ได้ปล่อยฟีเจอร์ใหม่ที่ดูเหมือนจะเป็นแค่การอัปเดตธรรมดา แต่กลับสร้างแรงสั่นสะเทือนรุนแรงจนนักวิเคราะห์เรียกเหตุการณ์นี้ว่า "SaaSpocalypse" (หายนะของหุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์บริการ) โดยทำให้มูลค่าตลาดของหุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์ กฎหมาย และการเงิน หายไปรวมกันถึง 285,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 9-10 ล้านล้านบาท) ภายในวันเดียว
ชนวนเหตุ: แค่ "ปลั๊กอิน" ตัวเดียวก็สะเทือนทั้งตลาด Anthropic ได้เปิดตัว "Plugins" ใหม่จำนวน 11 ตัวสำหรับ Claude Cowork ซึ่งเป็นผู้ช่วย AI ที่ทำงานแทนคนได้ (Agentic AI) ปลั๊กอินเหล่านี้ช่วยให้ AI สามารถทำงานเฉพาะทางได้ตั้งแต่ต้นจนจบ เช่น งานขาย การตลาด หรือการวิเคราะห์ข้อมูล
แต่สิ่งที่ทำให้นักลงทุนตื่นตระหนกที่สุดคือ "ปลั๊กอินด้านกฎหมาย" (Legal plugin) ซึ่งมีความสามารถในการตรวจสอบสัญญา, คัดกรองเอกสาร NDA, ตรวจสอบความถูกต้องตามกฎหมาย และสรุปสำนวนคดีได้อัตโนมัติ โดยที่ผู้ใช้เพียงแค่ออกคำสั่ง
ผลกระทบ: หุ้นดิ่งเหว ทันทีที่เครื่องมือนี้ถูกปล่อยออกมา นักลงทุนเทขายหุ้นบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับซอฟต์แวร์และบริการด้านกฎหมายทันทีเพราะกลัวว่าจะถูก AI แย่งงาน:
- LegalZoom (บริการกฎหมายออนไลน์) หุ้นร่วงเกือบ 20%
- Thomson Reuters และ RELX (เจ้าของ LexisNexis) ร่วงไป 14-15%
- บริษัทยักษ์ใหญ่อื่นๆ เช่น Salesforce, Adobe และ ServiceNow ก็ร่วงลงราว 7%
- ผลกระทบยังลามไปถึงหุ้นบริษัทไอทีของอินเดียอย่าง Infosys และ Wipro ที่ร่วงลงด้วย
ทำไมตลาดถึงกลัวขนาดนี้? นักวิเคราะห์มองว่านี่คือ "จุดเปลี่ยน" สำคัญ:
- เปลี่ยนจาก "ผู้ช่วย" เป็น "คู่แข่ง": ก่อนหน้านี้บริษัทซอฟต์แวร์ต่างๆ จะนำ AI (Model) ไปต่อยอดสร้างแอปฯ ของตัวเอง แต่ตอนนี้ Anthropic ลงมาเล่นเองโดยสร้าง "Workflow" หรือขั้นตอนการทำงานสำเร็จรูปมาให้เลย ทำให้บริษัทซอฟต์แวร์เดิมที่เคยเป็นลูกค้า กลายมาเป็นคู่แข่งที่เสียเปรียบ
- ความเชื่อเปลี่ยน: จากเดิมที่ตลาดเชื่อว่า "AI จะมาช่วยบริษัทซอฟต์แวร์" ตอนนี้กลายเป็นความกลัวว่า "AI จะมาแทนที่บริษัทซอฟต์แวร์"
มุมมองอีกด้าน: "ตื่นตูมเกินไปหรือเปล่า?" แม้ตลาดจะแพนิค แต่ผู้นำเทคโนโลยีบางคนมองว่าเป็นเรื่องไร้สาระ
- Jensen Huang (CEO ของ Nvidia) เรียกการเทขายหุ้นครั้งนี้ว่าเป็น "สิ่งที่ไร้เหตุผลที่สุดในโลก" โดยเปรียบเทียบว่า AI เป็นเหมือนไขควงแบบใหม่ที่มาช่วยคนทำงาน ไม่ได้มาแทนที่
- Sundar Pichai (CEO ของ Google) ก็มองว่าตลาดยังมีโอกาสสำหรับบริษัทที่ปรับตัวทัน
บทสรุป เหตุการณ์นี้ชี้ให้เห็นว่า Anthropic กำลังกลายเป็นมหาอำนาจใหม่ที่น่ากลัว โดยบริษัทกำลังระดมทุนเพิ่มที่มูลค่าบริษัทสูงถึง 350,000 ล้านดอลลาร์ (เพิ่มขึ้นจากปี 2025 หลายเท่าตัว) และสิ่งที่ทำให้ผู้บริหารบริษัทซอฟต์แวร์ทั่วโลกนั่งไม่ติดเก้าอี้คือ Anthropic ไม่ได้เปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ที่ซับซ้อนเลย แค่แสดงให้เห็นว่า AI ของพวกเขาสามารถ "ทำงานแทนคน" ได้จริงๆ ก็เพียงพอที่จะเขย่าตลาดหุ้นได้แล้ว

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น