“เมื่อกฎหมายหลับตา..ถึงเวลาต้องทวงคืน” Netflix เผยภาพแรกจากภาพยนตร์ เส้นตาย สายลวง กับภารกิจที่เหยื่อเสี่ยงชีวิต เพื่อล่าตัวแก๊งคอลเซ็นเตอร์ บุกรังสแกมเมอร์พร้อมกัน 26 มีนาคมนี้ที่ Netflix เท่านั้น

“เมื่อกฎหมายหลับตา..ถึงเวลาต้องทวงคืน”
Netflix เผยภาพแรกจากภาพยนตร์ เส้นตาย สายลวง
กับภารกิจที่เหยื่อเสี่ยงชีวิต เพื่อล่าตัวแก๊งคอลเซ็นเตอร์

บุกรังสแกมเมอร์พร้อมกัน 26 มีนาคมนี้ที่ Netflix เท่านั้น

Netflix เผยภาพแรกจาก เส้นตาย สายลวง ภาพยนตร์ดราม่า-ระทึกขวัญจากฝีมือผู้สร้าง HUNGER คนหิว เกมกระหาย ที่จะสะท้อนความเจ็บปวดและความโกรธแค้นของเหยื่อที่ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวง แต่ถูกระบบยุติธรรมทอดทิ้ง พร้อมชวนคนดูตั้งคำถามว่า เมื่อระบบยุติธรรมไม่อาจพึ่งพาได้ แล้วคนธรรมดาๆ จะลุกขึ้นมาทำอะไรได้บ้าง 

เส้นตาย สายลวง จะพาผู้ชมไปติดตามเรื่องราวของ อร” (รับบทโดย มิว-นิษฐา จิรยั่งยืน) อดีตนักการตลาดมือดีที่ผันตัวมาเป็นแม่บ้าน แต่พลาดท่าถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกเอาเงินเก็บก้อนใหญ่ของครอบครัวไป โดยมีฉากหลังเป็นช่วงเวลาก่อนที่จะเกิดสถานการณ์ขัดแย้งบริเวณชายแดน โดยอรต้องเผชิญความจริงอันโหดร้าย เมื่อพบว่ากระบวนการยุติธรรมไม่อาจทวงคืนสิ่งที่สูญเสียไปได้ เมื่อความสิ้นหวังกลายเป็นความโกรธแค้น เธอจึงร่วมมือกับเหยื่อรายอื่นๆ ทั้ง "ฝ้าย" (รับบทโดย เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา) นักกายภาพบำบัดที่สูญเสียเงินออมเพื่อความฝัน และ "แวววาว" (รับบทโดย นิ้ง-ชุติมา มะโหละกุล) แม่ค้าออนไลน์ที่อาม่าของเธอถูกหลอกเอาเงินเก็บทั้งชีวิตไป เพื่อตามล่า "อู๊ด" (รับบทโดย ท็อป-ทศพล หมายสุข) หัวหน้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ผู้อยู่เบื้องหลังการหลอกลวงทั้งหมด โดยได้รับความช่วยเหลือจาก โอเจ” (รับบทโดย ต้นหน ตันติเวชกุล) แฮกเกอร์มือฉมัง เกิดเป็นปฏิบัติการสุดอันตรายในการไล่ล่าแก๊งอาชญากรรมเพื่อทวงทุกสิ่งที่เสียไปกลับคืนมา

ด้านผู้สร้างภาพยนตร์เรื่องนี้อย่างผู้กำกับ สิทธิศิริ มงคลศิริ และผู้อำนวยการสร้างและผู้เขียนบทร่วม คงเดช จาตุรันต์รัศมี ซึ่งเคยร่วมงานกันในภาพยนตร์ที่สร้างปรากฏการณ์ในระดับโลกมาแล้วอย่าง HUNGER คนหิว เกมกระหาย ต่างก็ตั้งใจสอดแทรกประเด็นสำคัญต่างๆ เพื่อชวนให้ผู้ชมขบคิดตามไว้ในภาพยนตร์เรื่องนี้ 


การลุกขึ้นสู้ของเหล่าคนธรรมดา เมื่อไม่สามารถพึ่งพาระบบยุติธรรมที่ล้มเหลว

คงเดช จาตุรันต์รัศมี กล่าวถึงการทำงานเบื้องหลังภาพยนตร์เรื่องนี้ว่าช่วงที่รีเสิร์ชเพื่อทำบทภาพยนตร์เรื่องนี้ เราพบว่าเหยื่อทุกคนมีจุดร่วมเดียวกัน นั่นคือการที่เจ้าหน้าที่รัฐช่วยอะไรไม่ได้ ได้แต่ปล่อยให้เงินของตัวเองสูญไป นอกจากนี้ แม้จะมีข่าวที่เล่าถึงกระบวนการของแก๊งสแกมเมอร์ให้เรารับรู้ตลอดเวลา แต่ไม่ค่อยมีใครพูดว่าเหยื่อรู้สึกอย่างไร และทางออกคืออะไร จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้เขียนบทภาพยนตร์ที่โฟกัสกับความรู้สึกของเหยื่อ การลุกขึ้นมาทวงบางอย่างที่เป็นของเรากลับคืนมา รวมถึงการสะท้อนสิ่งที่เราต่างเผชิญอยู่ในฐานะประชาชนตัวเล็กตัวน้อยว่าเราจะสามารถลุกขึ้นมาทำอะไรได้บ้าง จึงเป็นแก่นของภาพยนตร์เรื่องนี้


เมื่อโครงสร้างบีบคั้น เหล่าคนธรรมดาจึงต้องหันมาไล่ล่ากันเอง

สิทธิศิริ มงคลศิริ ผู้กำกับ กล่าวว่าความตั้งใจในการทำภาพยนตร์เรื่องนี้ ไม่ใช่การทำภาพยนตร์ที่ตัวละครมุ่งมั่นจะทลายองค์กรใหญ่ แต่คือการปะทะกันของคนธรรมดาทั้งฝั่งเหยื่อและฝั่งผู้ร้าย จากที่เคยพูดคุยกับคนที่เคยทำงานแก๊งคอลเซ็นเตอร์แล้วหนีออกมาได้ ทำให้รู้ว่าคนที่ต้องลงมือปฏิบัติการจริงๆ คือคนในระดับเดียวกับอู๊ด (รับบทโดย ท็อป-ทศพล หมายสุข) คนเหล่านี้ในแง่หนึ่งอาจจะไม่ต่างจากเราๆ เขาอาจเป็นคนที่ไม่มีงานทำ หรืออาจจะอยากได้เงินเยอะ โลภ กระเหี้ยนกระหือรืออยากจะรวย มีปม มีครอบครัว มีลูก เหมือนๆ กัน ส่วนคนที่อยู่เหนือกว่านั้น หรือมีอำนาจกว่านั้นจะเป็นคนที่คอยควบคุมชักใยอยู่เบื้องหลัง  จึงเป็นที่มาของการที่เราหยิบเอาการปะทะกันของคนธรรมดาที่อาจจะมีเงื่อนไขบางอย่างคอยบีบบังคับอยู่มาบอกเล่าผ่านตัวละครทั้งหลายที่มีเงื่อนไขชีวิตแตกต่างกันนั่นเอง


การค้นคว้าข้อมูลสุดเข้มข้น และข้อมูลจากปากเหยื่อ สู่เรื่องราวในภาพยนตร์

กว่าจะมาเป็นภาพยนตร์เรื่องนี้ ทีมผู้สร้างได้รีเสิร์ชข้อมูลกันอย่างเข้มข้น เพื่อถ่ายทอดความเจ็บปวดและความโกรธของเหยื่อของขบวนการสแกมเมอร์ โดยไม่ได้มีเพียงการค้นข้อมูลผ่านข่าวและบทสัมภาษณ์ของเหยื่อที่โดนหลอกเงินเท่านั้น แต่ยังเดินทางข้ามชายแดนเพื่อไปดูสถานที่จริง รวมถึงติดต่อกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อขอข้อมูล และพูดคุยกับเหยื่อที่โดนหลอกไปทำงานในแก๊งคอลเซ็นเตอร์และหนีเอาชีวิตรอดกลับมาได้ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่สะท้อนความจริงที่เกิดขึ้นในสังคมให้ได้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นในด้านของการสร้างฉากเพื่อจำลองสถานที่ทำงานของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ กระบวนการทำงาน หรือกระทั่งการให้คอลเซ็นเตอร์ตัวจริงโทรมาสาธิตการหลอกลวงให้นักแสดงดู

โดย คงเดช เล่ารายละเอียดเพิ่มเติมว่าเราติดต่อคนที่เป็นสายที่อยู่ในแก๊งคอลเซ็นเตอร์ให้โทรเข้ามาจากปอยเปตเพื่อให้เขาลองหลอกพวกเรา โดยมีท็อปกับเปา (เปาวลี พรพิมล รับบทยุ้ย”) นั่งอยู่ด้วยเพื่อฟังจังหวะจะโคนหรือสอบถามเรื่องต่างๆ ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งในกระบวนการทำความเข้าใจโลกของคอลเซ็นเตอร์ รวมถึงเรายังให้คนที่เขาหนีออกมาจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์มาช่วยตรวจองค์ประกอบในกองถ่ายด้วยว่าสมจริงหรือไม่

เตรียมตัวพบกับภาพยนตร์ที่จะเป็นเสมือนตัวแทนความโกรธของเหยื่อจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และภารกิจการไล่ล่าเพื่อทวงสิ่งที่ถูกขโมยไปกลับคืนมาอีกครั้งใน เส้นตาย สายลวง รับชมพร้อมกัน 26 มีนาคมนี้ ที่ Netflix เท่านั้น

#เส้นตายสายลวง

ความคิดเห็น