Meta เผย 6 เทรนด์โซเชียลที่กำหนดทิศทางธุรกิจยุคใหม่ในปี 2026 โดย แพร ดำรงค์มงคลกุล Country Director ประจำ Facebook ประเทศไทย จาก Meta
Meta เผย 6 เทรนด์โซเชียลที่กำหนดทิศทางธุรกิจยุคใหม่ในปี 2026
โดย แพร ดำรงค์มงคลกุล Country Director ประจำ Facebook ประเทศไทย จาก Meta
ในปัจจุบัน
เส้นทางการซื้อของลูกค้ากำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
โดยมีความยืดหยุ่นและผสานรวมเข้ากับสภาพแวดล้อมทางโซเชียลมากขึ้นเรื่อย ๆ ที่ Meta
เรามองว่าแพลตฟอร์มโซเชียลเป็นตัวเร่งการเติบโตที่ทรงพลัง
ไม่ว่าจะเป็นการนำ AI มาใช้เพื่อปรับแต่งเฉพาะบุคคล (one-to-one
personalization) ขยายช่องทางเข้าถึง
และช่วยให้ธุรกิจขยายสู่ตลาดต่างประเทศ การลงทุนอย่างต่อเนื่องใน AI ของเรายังช่วยเสริมสร้างระบบการจัดอันดับโฆษณาและระบบแนะนำให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ทำให้มั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์ที่ใช่จะเข้าถึงลูกค้าที่เหมาะสมในเวลาที่เหมาะสม เช่น
การปรับปรุงโมเดลในช่วงต้นปี 2569 ส่งผลให้คุณภาพโฆษณาบน Facebook
ดีขึ้น 12% และอัตราการคอนเวอร์ชันบน Instagram
เพิ่มขึ้น 3% ซึ่งสะท้อนถึงประสิทธิภาพของโฆษณาที่แข็งแกร่งขึ้นให้กับธุรกิจแพลตฟอร์มโซเชียลได้กลายเป็นกลไกส่งเสริมการขายแบบครบวงจร
(full-funnel sales engine) ที่เชื่อมโยงเส้นทางตั้งแต่การค้นพบผลิตภัณฑ์บน
Reels ไปจนถึงการซื้อผ่านการแชท (conversational
commerce) หรือการช้อปปิ้งแบบบูรณาการ AI ถูกผนวกเข้ากับทุกขั้นตอน
ตั้งแต่การกำหนดเป้าหมายอัตโนมัติไปจนถึงการพัฒนาครีเอทีฟของชิ้นงานโฆษณา โดยเปลี่ยนจากการกำหนดเป้าหมายตามกลุ่มไปสู่การตลาดที่ปรับแต่งเฉพาะบุคคลขั้นสูง
(hyper-personalized marketing) ซึ่งหมายความว่า
โซเชียลไม่ได้เป็นเพียงแค่ส่วนสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจอีกต่อไป
แต่กำลังจะกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของธุรกิจ ด้วยจำนวนผู้ใช้งานแอปในเครือ Meta
กว่า 3.58 พันล้านคนต่อวัน
ธุรกิจจึงมีโอกาสที่ไม่เคยมีมาก่อนในการสร้างการมีส่วนร่วมกับกลุ่มเป้าหมายที่นำไปพัฒนาต่อยอดได้และปรับแต่งได้ตามความต้องการเฉพาะบุคคลอย่างแท้จริง
แพร ดำรงค์มงคลกุล Country
Director ประจำ Facebook ประเทศไทย จาก Meta
1. การทำงานอัตโนมัติและ
Generative AI ขับเคลื่อนเส้นทางของลูกค้าทั้งหมด
AI กำลังพลิกโฉมวิธีการที่ธุรกิจเข้าถึงและให้บริการลูกค้าอย่างรวดเร็ว
ตั้งแต่การระบุกลุ่มเป้าหมายไปจนถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการนำส่งโฆษณา
ระบบการจัดอันดับโฆษณาที่ขับเคลื่อนด้วย AI ช่วยเพิ่มความเกี่ยวข้องของข้อความทางการตลาดและการคอนเวอร์ชัน ซึ่งเห็นได้จากการเติ
2. Instagram ปลดล็อกการเติบโตผ่านความคิดสร้างสรรค์และชุมชน
พลังของ Instagram
ในประเทศไทยนั้นโดดเด่นอย่างเห็นได้ชัด
โดยแสดงให้เห็นถึงศักยภาพและการเติบโตที่แข็งแกร่ง
แพลตฟอร์มนี้กำลังกลายเป็นพื้นที่สำคัญที่ชุมชนเชื่อมโยงกัน
นำไปสู่ยอดขายและความสัมพันธ์กับแบรนด์ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
เราเห็นการเข้าถึงที่ขยายวงกว้างอย่างมีนัยสำคัญ ครอบคลุมผู้ใช้งานหลายเจเนอเรชันมากขึ้น
สำหรับธุรกิจ Instagram มอบโอกาสพิเศษในการเชื่อมโยงกับชุมชนที่หลากหลายในทุกช่วงวัย
ตั้งแต่กลุ่มผู้ใช้รุ่นใหม่ที่เน้นดิจิทัล ไปจนถึงกลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูง
ทั้งหมดนี้อยู่ในอีโคซิสเต็มเดียวกัน สิ่งสำคัญคือ
แพลตฟอร์มนี้เป็นที่ที่ความมหัศจรรย์ของการค้นพบแบรนด์โดยครีเอเตอร์
(Creator-Led Brand Discovery) เกิดขึ้น
ครีเอเตอร์คือกระบอกเสียงที่น่าเชื่อถือที่สามารถเข้าถึงผู้คนท่ามกลางข้อมูลอันมหาศาล
ทำให้ Instagram เป็นกลไกสำคัญสำหรับผู้ลงโฆษณาที่ต้องการสร้างการมีส่วนร่วมที่แท้จริง
การเติบโตอย่างรวดเร็วของรูปแบบคอนเทนต์หลักอย่างวิดีโอสั้น
Reels กำลังขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมนี้
โดยมีเวลาการรับชมเพิ่มขึ้นมากกว่า 30% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าในไตรมาสสุดท้ายของปี
2568 การเติบโตนี้เป็นผลโดยตรงจากการเพิ่มประสิทธิภาพ AI
ที่เราได้ดำเนินการเพื่อปรับปรุงคุณภาพของการแนะนำ
ทำให้ระบบของเราสามารถระบุความสนใจของผู้ใช้ได้ดียิ่งขึ้น
และเปิดช่องทางการสร้างรายได้ใหม่สำหรับธุรกิจ
ตัวอย่างที่ชัดเจนของเรื่องนี้คือแบรนด์เครื่องหอมสัญชาติไทยอย่าง Journal
Boutique ในการแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ แบรนด์ได้ใช้โฆษณาวิดีโอสั้นที่น่าสนใจและเล่าเรื่องราวแสดงให้เห็นถึงการใช้งานผลิตภัณฑ์ในชีวิตจริง
ผ่าน Reels และ Stories แนวทางนี้ช่วยให้แบรนด์สามารถสื่อสารได้อย่างรวดเร็วและชัดเจนว่าผลิตภัณฑ์คืออะไร
วิธีใช้งานเป็นอย่างไร และให้ผลลัพธ์อย่างไร
ซึ่งเป็นการสร้างการรับรู้เริ่มต้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
และต่อยอดไปยังแคมเปญการกำหนดเป้าหมายใหม่ (retargeting) ได้ต่อไป
3. การส่งข้อความกลายเป็นหน้าร้านค้าแห่งใหม่
การซื้อขายผ่านการแชท (conversational
commerce) เป็นช่องทางหลักในการเชื่อมต่อกับลูกค้าในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
โดยเฉพาะประเทศไทย แพลตฟอร์มการส่งข้อความ เช่น Messenger, Instagram DM และ WhatsApp ช่วยอำนวยความสะดวกในการให้บริการที่รวดเร็วและเป็นส่วนตัว
การค้นพบผลิตภัณฑ์ และการทำธุรกรรม ปัจจุบัน AI เข้ามาช่วยยกระดับสิ่งนี้อย่างมีนัยสำคัญ
ในการจัดการการสนทนาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โอกาสที่น่าตื่นเต้นที่เราเห็นสำหรับธุรกิจไทยคือการใช้การส่งข้อความและแชทเป็นช่องทางที่มีประสิทธิภาพในการดึงดูดลูกค้ากลับมาและรักษาลูกค้า
(re-engage and retain customers) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
ฟีเจอร์อย่างการส่งข้อความเชิงการตลาด (Marketing messages) บน
Messenger ช่วยให้ธุรกิจสามารถเริ่มส่งข้อความโปรโมตที่ปรับแต่งเฉพาะบุคคลไปยังผู้ติดตามได้
โดยใช้รายชื่อจากระบบ CRM ที่มีอยู่หรือกลุ่มเป้าหมายที่กำหนดเอง
เพื่อเชื่อมโยงกับกลุ่มลูกค้าที่ไม่สามารถเข้าถึงได้จากช่องทางอื่น
ด้วยฐานผู้ใช้งาน Messenger กว่าพันล้านคนต่อเดือน นอกจากนี้
การวัดผลแบบลงลึก (down-funnel measurement) ยังช่วยให้ธุรกิจสามารถเพิ่มประสิทธิภาพกลยุทธ์การตลาดโดยรวมได้
การส่งข้อความกำลังทำหน้าที่เป็นหน้าร้านค้าดิจิทัลแบบครบวงจร
ผสานรวมการบริการลูกค้า การตลาด และการขายได้อย่างราบรื่น
ธุรกิจไทยสามารถทำงานร่วมกับ Meta Business Partners ในประเทศไทย
เช่น ZWIZ.AI และ V Rich เพื่อใช้ฟีเจอร์นี้ซึ่งเปิดให้ใช้แล้วบน
Messenger และในอนาคตอันใกล้นี้จะขยายไปยัง WhatsApp ในไทยด้วย
4. เศรษฐกิจครีเอเตอร์ที่ขับเคลื่อนด้วย
AI เร่งการซื้อขายด้วย Facebook Affiliate
Partnerships
ปัจจุบันครีเอเตอร์มีบทบาทสำคัญในการค้นพบและรีวิวผลิตภัณฑ์
โดย AI ช่วยเสริมสร้างระบบอีโคซิสเต็มของครีเอเตอร์และแบรนด์โดยการจับคู่คอนเทนต์กับกลุ่มเป้าหมายที่มีแนวโน้มที่จะมีส่วนร่วม
นอกจากนี้ Meta ยังได้เปิดโปรแกรมพันธมิตรในเครือ (affiliate
partnerships) อย่าง Facebook Affiliate with Shopee ที่ครีเอเตอร์สามารถแท็กรายการสินค้าของ Shopee ได้โดยตรงบนโพสต์และ
Reels เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้บริโภคชำระเงินบน Shopee
ได้ทันที และครีเอเตอร์จะได้รับค่าคอมมิชชัน นอกจากนี้
เรายังมีฟีเจอร์อย่างโฆษณาร่วมกับพันธมิตร (partnership ads) ซึ่งช่วยให้ผู้ลงโฆษณาสามารถทำงานร่วมกับพันธมิตร เช่น ครีเอเตอร์
โดยแสดงชื่อบัญชีของทั้งสองฝ่ายในส่วนหัวของโฆษณา
ซึ่งใช้สัญญาณจากทั้งสองบัญชีเพื่อปรับปรุงการจัดอันดับและประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้น
การร่วมมือนี้เป็นประโยชน์ต่อครีเอเตอร์ในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ ๆ
และเพิ่มช่องทางสร้างรายได้
ในขณะที่ผู้ลงโฆษณาได้รับประโยชน์จากคอนเทนต์ที่แท้จริงและน่าสนใจยิ่งขึ้น
ซึ่งช่วยกระตุ้นผลลัพธ์ที่ดีขึ้นและเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกด้านประสิทธิภาพโฆษณาที่มีคุณค่า
5. วิดีโอและ Live
Commerce เปลี่ยนความสนใจเป็นผลลัพธ์
วิดีโอเป็นรูปแบบคอนเทนต์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดทั้งในระดับโลกและในประเทศไทยอยู่แล้ว
ความพยายามด้าน AI และผลิตภัณฑ์ของเรากำลังเปลี่ยนการมีส่วนร่วมที่เพิ่มขึ้นนี้ให้เป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจที่สำคัญ
ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพในไตรมาส 4 ที่ทำให้จำนวนการดูคอนเทนต์ออร์แกนิกในหน้าฟีดและโพสต์วิดีโอบน
Facebook เพิ่มขึ้น 7% และสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อรายได้ประจำไตรมาสที่ใหญ่ที่สุดในรอบสองปี
การใช้ฟีเจอร์อย่างโฆษณาวิดีโอถ่ายทอดสด (live video ads) บน
Facebook ยังช่วยให้แบรนด์สามารถโปรโมตการถ่ายทอดสดของตนไปยังกลุ่มเป้าหมายที่ใหญ่ขึ้น
สิ่งนี้ช่วยเพิ่มความสนใจและเปิดโอกาสให้มีการถามตอบและการโต้ตอบแบบเรียลไทม์
ช่วยให้ธุรกิจไทยสามารถใช้ประโยชน์จากเทรนด์นี้เพื่อขับเคลื่อนการค้นพบแบรนด์
6. การเติบโตของการค้าข้ามพรมแดนเข้าถึงได้ง่ายขึ้นด้วย
AI
การค้าข้ามพรมแดนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว
และแพลตฟอร์มดิจิทัลคือหัวใจสำคัญของการเติบโตในระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศที่มีประสิทธิภาพสำหรับธุรกิจไทย
ด้วยการใช้ประโยชน์จากการกำหนดเป้าหมายที่ขับเคลื่อนด้วย AI ที่แข็งแกร่งและโซลูชันการค้า เช่น Advantage+ Shopping Campaigns,
Click-to-WhatsApp/Messenger และการส่งข้
เมื่อความสามารถเหล่านี้ผนวกกัน
แพลตฟอร์มโซเชียลจะไม่ใช่แค่สนับสนุนการเติบโตของธุรกิจเท่านั้น
แต่จะกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ
สำหรับธุรกิจที่เตรียมพร้อมสำหรับอนาคตข้างหน้า ปี 2569 อยู่ตรงหน้าเราแล้ว
และเป็นช่วงเวลาสำคัญที่จะต้องเปิดรับการเปลี่ยนแปลงที่ขับเคลื่อนด้วย AI และโซเชียลอย่างเต็มที่

.jpg)
.jpg)
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น