เมื่อแฮกเกอร์จีนใช้ AI 'Gemini' ช่วยวางแผนถล่มไซเบอร์สหรัฐฯ กูเกิลจับได้คาหนังคาเขา!

เมื่อแฮกเกอร์จีนใช้ AI 'Gemini' ช่วยวางแผนถล่มไซเบอร์สหรัฐฯ กูเกิลจับได้คาหนังคาเขา!


Google ออกมาเปิดเผยรายงานความปลอดภัยล่าสุดที่น่าตกใจ เมื่อพบว่ากลุ่มแฮกเกอร์ระดับพระกาฬจากจีน ได้นำเทคโนโลยี AI สุดล้ำอย่าง Gemini ไปใช้งานผิดประเภท เพื่อช่วยวางแผนโจมตีองค์กรในสหรัฐอเมริกา

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นได้อย่างไร? กลุ่มแฮกเกอร์นี้มีชื่อว่า APT31 (หรือรู้จักกันในชื่อ Violet Typhoon และ Judgment Panda) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลจีน วิธีการของพวกเขาคือการสวมรอยเป็น "ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์" เพื่อหลอกถาม Gemini ให้ช่วยวิเคราะห์หาจุดอ่อนของระบบคอมพิวเตอร์และวางแผนการทดสอบเจาะระบบ

ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขายังใช้เครื่องมือที่ชื่อว่า Hexstrike เข้ามาทำงานร่วมกับ Gemini เพื่อให้ AI ช่วยสแกนหาช่องโหว่ทางเทคนิคต่างๆ (เช่น SQL injection) ของเป้าหมายในสหรัฐฯ โดยอัตโนมัติ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนเครื่องมือที่เดิมทีออกแบบมาให้แฮกเกอร์สายขาวใช้ตรวจสอบความปลอดภัย ให้กลายเป็นอาวุธร้ายของอาชญากร

ทำไมเรื่องนี้ถึงน่ากังวล? แม้ทาง Google จะระบุว่ายังไม่พบความเสียหายที่สำเร็จจากการโจมตีครั้งนี้ และได้ระงับบัญชีที่เกี่ยวข้องไปแล้ว แต่ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่านี่คือสัญญาณอันตรายของยุคใหม่:

  1. AI ช่วยให้แฮกเกอร์ทำงานเร็วขึ้น: การใช้ AI ช่วยลดขั้นตอนที่มนุษย์ต้องทำเอง ทำให้แฮกเกอร์สามารถเจาะระบบได้รวดเร็วกว่าที่ฝ่ายป้องกันจะทันอุดช่องโหว่ (Patch gap)
  2. การขโมยมันสมอง AI: นอกจากการใช้ AI โจมตีแล้ว ยังพบแนวโน้มการโจมตีแบบ "Distillation attacks" หรือการพยายามขโมยกระบวนการคิดและตรรกะเบื้องหลังโมเดล AI ของ Google เพื่อนำไปสร้างเทคโนโลยีเลียนแบบในราคาถูก

บทสรุป จอห์น ฮัลท์ควิสต์ (John Hultquist) หัวหน้าทีมวิเคราะห์ภัยคุกคามของ Google เตือนว่า เรากำลังจะเห็นกลุ่มผู้ไม่หวังดีใช้ AI เพื่อปฏิบัติการเชิงรุกมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งจะบีบให้ฝ่ายป้องกันความปลอดภัยต้องเร่งนำ AI มาใช้สู้กลับเพื่อรับมือให้ทันความเร็วของเครื่องจักรเช่นกัน

ที่มาข้อมูล

ความคิดเห็น