ซีอีโอ Nvidia ลั่น! AI ไม่ได้ทำให้คนว่าง แต่ทำให้ “งานยุ่งกว่าเดิม” ชี้ งานยุคใหม่ขยายขอบเขต จนต้องการคนมากกว่าเดิม

 ซีอีโอ Nvidia ลั่น! AI ไม่ได้ทำให้คนว่าง แต่ทำให้ “งานยุ่งกว่าเดิม” ชี้ งานยุคใหม่ขยายขอบเขต จนต้องการคนมากกว่าเดิม


เจนสัน หวง (Jensen Huang) ซีอีโอของ Nvidia บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ที่เป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนา AI ทั่วโลก ได้เปิดเผยมุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของโลกการทำงาน โดยระบุว่า แม้ AI จะเข้ามาช่วยให้งานเสร็จเร็วขึ้นจริง แต่ภาพฝันที่ว่าพนักงานจะมีเวลาว่างมากขึ้น หรือมีอิสระจากงานมากขึ้นนั้น อาจไม่เป็นจริง ตรงกันข้าม AI จะทำให้มนุษย์ “งานยุ่งกว่าเดิม”

ผลิตภาพที่สูงขึ้น นำไปสู่ “งานกองใหม่”

ในช่วงปีที่ผ่านมา AI ถูกมองว่าเป็นผู้ช่วยที่มาทำงานซ้ำซากที่น่าเบื่อแทนมนุษย์ เช่น งานเอกสาร หรือการวิเคราะห์ข้อมูลที่กินเวลามหาศาล แต่หวงอธิบายบนเวที U.S.-Saudi Investment Forum ว่า เวลาว่างที่ได้คืนมาจากการทำงานที่ง่ายขึ้นและเร็วขึ้น จะถูกนำไปใช้ในการ “เคลียร์งานหรือต่อยอดไอเดียที่ค้างไว้” ได้มากขึ้นไปอีก

เนื่องจาก AI ช่วยลดภาระงานที่ใช้เวลานาน ทำให้พนักงานมีแรงที่จะเริ่มไอเดียใหม่ หรือโปรเจกต์ใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว หวงย้ำว่า "เมื่อชีวิตคุณง่ายขึ้น ว่างขึ้น คุณก็จะมีเวลาไล่ตามไอเดียเหล่านั้นได้มากขึ้น และนั่นแปลว่าคุณจะยุ่งขึ้น" ซึ่งเป็นการผลักดันให้วัยทำงานมีประสิทธิภาพสูงสุดกว่าที่เคยเป็นมา

AI ไม่ได้แย่งงาน แต่ขยายขอบเขตงานจนต้องการคนเพิ่ม

มุมมองของซีอีโอ Nvidia คือ AI จะไม่ทำให้ตำแหน่งงานหายไป แต่จะ เปลี่ยนทิศทางและขยายขอบเขตของงานให้กว้างขึ้น จนอาจแตกแขนงออกเป็นสายงานใหม่ ๆ อีกมากมาย

  • กรณีศึกษา: รังสีแพทย์ หวงยกตัวอย่าง "สายงานรังสีแพทย์" ที่เคยถูกทำนายว่าจะเป็นอาชีพแรก ๆ ที่จะถูกแทนที่ด้วย AI เนื่องจากเป็นงานที่ต้องอ่านภาพฉายรังสีปริมาณมากต่อวัน แต่กลับผิดคาดไปหมด เพราะเมื่อ AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์ภาพ ทำการสแกนได้เร็วขึ้น และช่วยคัดกรองภาพเบื้องต้นให้แพทย์ แพทย์จึงมีเวลาเหลือ เพื่อนำไปอ่านภาพสแกนเพิ่มเติม, ดูผู้ป่วยได้มากขึ้น, ตรวจเช็กความผิดปกติได้ถี่ถ้วนมากขึ้น รวมถึงมีเวลาในการวิเคราะห์ภาพซับซ้อนที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญของมนุษย์ ผลลัพธ์คือ ตลาดมีความต้องการบุคลากรสายนี้มากขึ้น
  • การสลับที่ของตำแหน่งงาน ตัวอย่างนี้สะท้อนว่า AI ไม่ได้มาแย่งงาน แต่ทำให้ ‘ขอบเขตของงาน’ ขยายใหญ่ขึ้น จนต้องการคนมากกว่าเดิม สอดคล้องกับรายงาน World Economic Forum ที่ระบุว่า AI จะทำให้ตำแหน่งงาน 92 ล้านตำแหน่งหายไป แต่จะ สร้างตำแหน่งงานใหม่มากกว่า 170 ล้านตำแหน่ง ซึ่งเป็นภาพที่ตำแหน่งงานไม่ลดลง แต่ถูก "สลับที่" ไปสู่ความต้องการทักษะใหม่ ๆ แทน
บริษัทใช้ AI จัดการงาน "น่าเบื่อ" เพื่อให้คนโฟกัสงานสำคัญ

บริษัทเทคโนโลยีอย่าง Amazon ได้นำ AI มาช่วยจัดการงานปฏิบัติการที่น่าเบื่อและซ้ำซากให้กับลูกค้า Amazon ได้เปิดตัว AI Agent สำหรับผู้ขายบุคคลที่สาม โดยเพิ่มความสามารถแบบ Agentic (ซอฟต์แวร์สามารถดำเนินการแทนผู้ขายได้โดยได้รับอนุญาต) เข้าไปในเครื่องมือที่ชื่อว่า Seller Assistant

เครื่องมือนี้สามารถทำได้มากกว่าการตอบคำถาม โดยมีความสามารถในการประสานงานคำสั่งซื้อคงคลัง การวางแผนการเติบโตของธุรกิจ และการแก้ไขปัญหาบัญชี Amazon ระบุว่า เครื่องมือเหล่านี้ช่วยให้ผู้ขายมีอิสระมากขึ้นเพื่อไป "ใช้เวลามากขึ้นในการมุ่งเน้นที่นวัตกรรมผลิตภัณฑ์และความสัมพันธ์กับลูกค้า"

คู่แข่งที่แท้จริงคือ “คนที่ใช้ AI ได้เก่งกว่าเรา”

เจนสัน หวง ย้ำชัดเจนว่าสิ่งที่ควรกลัวไม่ใช่ AI มาแย่งงาน แต่คือ "คนที่ใช้ AI ได้เก่งกว่าเรา" เพราะคนเหล่านี้จะทำงานได้เร็วกว่า มี Productivity สูงกว่า และทำงานได้ล้ำหน้าแบบก้าวกระโดด ดังนั้น ผู้ที่จะชนะและอยู่รอดในโลกการทำงานยุคนี้ คือ คนที่เรียนรู้ AI และใช้งานมันได้อย่างคล่องแคล่ว

ความคิดเห็น