ยักษ์หลับตื่นแล้ว Google กลับมาทวงบัลลังก์ผู้นำ AI
Google ที่เคยถูกมองว่า "ตามหลัง" ในสงคราม AI นับตั้งแต่การเปิดตัวของ ChatGPT เมื่อสามปีก่อน ตอนนี้กำลังกลับมาทวงบัลลังก์ผู้นำอย่างเต็มตัว นักวิเคราะห์มองว่า Google คือ "ยักษ์หลับที่ตอนนี้ ตื่นขึ้นเต็มตัวแล้ว" โดยกลยุทธ์สำคัญที่กำลังพลิกเกมตลาดคือการใช้โมเดล Gemini 3 และชิป AI ของตนเองที่เรียกว่า TPU (Tensor Processing Unit)
การพลิกเกมด้วย Full-Stack และดีลยักษ์Google ได้เปิดตัวซอฟต์แวร์ AI ชุดใหม่ ซึ่งโมเดล "Gemini 3" ได้รับคำชื่นชมทันทีในด้านความสามารถในการให้เหตุผล, การเขียนโค้ด, และงานเฉพาะทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Gemini 3 Pro ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มโมเดลภาษาขนาดใหญ่ระดับหัวแถว (Tier 1 ของ LLM)
นอกจากซอฟต์แวร์แล้ว Google ยังเน้นย้ำถึงแนวทางแบบ "Full-Stack" ในโลก AI ตั้งแต่แอปพลิเคชัน (เช่น Nano Banana), โมเดลซอฟต์แวร์, โครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ ไปจนถึงชิปที่รองรับทั้งหมด การมีชิป TPU เป็นของตนเองทำให้ Google เป็นทางเลือกใหม่ของยักษ์เทค
ความสำเร็จนี้แสดงให้เห็นจากดีลความร่วมมือที่สำคัญ:
- สตาร์ทอัพ AI อย่าง Anthropic ประกาศจะใช้ TPU ของ Google มากถึง 1 ล้านตัว ภายใต้ดีลมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์
- เมื่อเร็ว ๆ นี้ Meta ก็กำลังเจรจาเพื่อใช้ชิปของ Google เช่นกัน
ผลลัพธ์ดังกล่าวส่งผลให้ราคาหุ้นของบริษัทแม่ Alphabet ทะยานขึ้นใกล้ระดับ 4 ล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่หุ้นของคู่แข่งอย่าง SoftBank Group (ผู้สนับสนุนรายใหญ่ของ OpenAI) ร่วงลง 10% และหุ้น Nvidia ลดลง 2.6% มูลค่าตลาดหายไปกว่า 115,000 ล้านดอลลาร์
ความได้เปรียบที่เหนือกว่าคู่แข่งสิ่งที่ทำให้ Google เหนือกว่าคู่แข่งอย่าง OpenAI ในขณะนี้ คือ:
- ฐานข้อมูลมหาศาล: Google มีขุมทรัพย์ข้อมูลจำนวนมากจากดัชนีเสิร์ช (Search Index), ระบบ Android, และ YouTube ซึ่งใช้ในการเทรนและปรับแต่งโมเดล AI
- การเงินและการลงทุน: Google มีกำไรต่อเนื่องที่สามารถหล่อเลี้ยงการลงทุนใน AI ได้
- โครงสร้างพื้นฐานครบวงจร: บริษัทสามารถควบคุมทิศทางผลิตภัณฑ์ AI ได้มากกว่า เนื่องจากผลิต Full Stack ด้านคอมพิวติ้งได้ครบวงจร
การใช้ชิป TPU ของ Google ยังสร้างข้อได้เปรียบเชิงระบบนิเวศ เนื่องจากทันทีที่คุณเลือกใช้ชิป TPU ก็เท่ากับถูกผูกเข้าไปในระบบนิเวศของ Google Cloud แล้ว ซึ่งทำให้ Google ไม่จำเป็นต้องมีค่าใช้จ่ายให้ซัพพลายเออร์เหมือนกับ OpenAI
ปัจจุบัน Google ระบุว่า มีผู้ใช้แอป Gemini จำนวน 650 ล้านคน แม้ว่ายอดดาวน์โหลดรายเดือน (73 ล้านครั้ง) ยังตามหลัง ChatGPT ของ OpenAI (93 ล้านครั้ง) แต่ด้วยการตื่นขึ้นของยักษ์หลับและการใช้กลยุทธ์ Full-Stack อย่างเต็มรูปแบบ ผลลัพธ์ที่ได้ก็เริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ。
ภาพเปรียบเทียบ: หากเปรียบเทียบวงการ AI เป็นการแข่งขันรถยนต์ Google ไม่ได้เพียงแค่สร้างเครื่องยนต์ (ชิป TPU) เท่านั้น แต่ยังสร้างตัวถัง (โครงสร้างพื้นฐานคลาวด์), ระบบนำทาง (ฐานข้อมูล), และออกแบบรถยนต์ทั้งหมด (โมเดล Gemini) ด้วยตนเอง ทำให้สามารถควบคุมประสิทธิภาพและความเร็วได้ตั้งแต่ต้นจนจบ ต่างจากคู่แข่งที่อาจต้องพึ่งพาซัพพลายเออร์ชิ้นส่วนสำคัญจากภายนอก。

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น